โวยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตบุหรี่ที่บังคับใช้ในประเทศ ทำบุหรี่ไทยป่วนเจอบุหรี่นอกดัมพ์ราคา จนโรงงานยาสูบขาดทุน
สหภาพแรงงานรัฐวิสหากิจโรงงานยาสูบกว่า 200 คนเดินทางเข้ามายังกรมสรรพสามิต ทวงสัญญาแนวทางความช่วยเหลือจากรัฐบาล หลังจากรัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตยาสูบ แบ่งเป็นยาสูบราคาต่ำกว่า 60 บาทต่อซองเสียภาษีร้อยละ 20 หากราคาเกิน 60 บาทต่อซองเสียภาษีร้อยละ 40 แนวทางดังกล่าวได้ทำให้บุหรี่ต่างชาติบางยี่ห้อปรับกลยุทธ์ดัมป์ราคาจากเดิมขาย 70-80 บาท ปรับราคาลดลงมาเพื่อขายไม่เกิน 60 บาท จนส่งผลกระทบต่อโรงงานยาสูบ เพราะเป็นหน่วยงานของรัฐปรับราคาลงมาไม่ได้เหมือนกับบุหรี่ต่างชาติ ส่งผลกระทบ จากเคยนำรายได้ส่งเข้ารัฐ 56,000 ล้านบาทในปี 60 กลายมาประสบกับภาวะขาดทุน จึงเรียกร้องแนวทางช่วยเหลือจากภาครัฐ หลังจากเคยมาชุมนุมเรียกร้องมาแล้วรอบแรกตั้งแต่ 27 พ.ย.60

นายคณุตม์ ฤทธิสอน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสหากิจโรงงานยาสูบเปิดเผยถึงเหตุของการเดินทางมาในครั้งนี้ของพนักงานโรงงานยาสูบว่า “ หลังจากได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปหลายหน่วยงานรัฐ ทั้ง ปปช. ปปง. ปปท. สำนักนายกรัฐมนตรี หลายหน่วยงานได้ส่งหนังสือมาให้สรรพสามิตหาแนวทางช่วยเหลือ อีกทั้งโรงงานยาสูบเตรียมกู้เงินเพื่อลงทุนในเครื่องจักรเพิ่มเติม จึงสร้างภาระกับโรงงานยาสูบ

ยอมรับว่า พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตบุหรี่ที่บังคับใช้ในประเทศ ตามหลักการของ WHO และ FCTC จะทำให้ ราคาขายปลีกบุหรี่ปรับเพิ่มสูงขึ้นเมื่อมีการปรับเพิ่มภาษีสรรพสามิตทุกครั้ง มีมาตรการป้องกันหรือกำหนดราคาขั้นต่ำเพื่อไม่ให้มีการลดราคาหรือสร้างบุหรี่ตราใหม่ในราคาต่ำ รัฐต้องมีรายได้จากการเก็บภาษีเพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดจำนวนผู้บริโภคยาสูบในประเทศต้องลดลง แต่กลับมีปรากฎการณ์เปลี่ยนแปลงแบบ “สลับขั้ว” บุหรี่ตราหลักของไทยไม่สามารถแข่งขันกับบุหรี่ต่างชาติเพราะมีการดัมพ์ราคา

ด้านนางสาวสุจิตรา เลาหวัฒนภิญโญ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมสรรพสามิต ลงนามชี้แจงกับพนักงานยาสูบ โดยเฉพาะ ครม.เห็นชอบให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ทุกจังหวัดจัดเก็บภาษีท้องถิ่นอย่างเท่าเทียมกันทุกจังหวัด 1.86 บาทต่อซอง การปรับแผนผลิตยาเส้นเพื่อจำหน่ายออกสู่ตลาดเพิ่มเติม การผลิตแสตมป์สุรา หรือการหารายได้อื่นเพิ่มเติม จึงทำให้ขณะนี้ส่วนแบ่งทางการตลาดของโรงงานยาสูบเพิ่มจากร้อยละ 60 เพิ่มเป็นร้อยละ 67 ในปัจจุบัน และนัดเดินทางไปชี้แจงแนวทางช่วยเหลือกับพนักงาน ในวันที่ 4 เมษายนนี้ เพื่อชี้แจงแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม









