บล.เอเซีย พลัส ชี้ตลาดรับข่าวดี “ทรัมป์” แย้มเจรจาอิหร่านโค้งสุดท้าย กดน้ำมันร่วง 6% จับตา FED ส่อแววขึ้นดอกเบี้ย ชูกลยุทธ์ “เปิดเมือง เปิดพอร์ต” นำทีมโดย SCGP-BBL-CENTEL
วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินทิศทางตลาดการลงทุนว่า ความผันผวนของราคาน้ำมันยังคงเคลื่อนไหวตามสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทว่าล่าสุดมีสัญญาณคลี่คลายในเชิงบวก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเปิดเผยว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย (FINAL STAGES) ความคาดหวังที่จะเห็นช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง รวมถึงการที่เรือสินค้าของจีนและเกาหลีใต้เริ่มทยอยผ่านช่องแคบออกมาได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ BRENT ร่วงลงแรงถึง 6%
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (Bond Yield 10Y) ย่อตัวลงราว 1.7% มาอยู่ที่ระดับ 4.6% ซึ่งเป็นปัจจัยเชิงบวก (Sentiment) ที่หนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขยับขึ้นเกิน 1% อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงมีความตึงเครียดแฝงอยู่ เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขู่สำทับว่าจะโจมตีอิหร่านอีกครั้งหากการเจรจาสันติภาพล้มเหลว ประกอบกับกลุ่ม NATO เตรียมพิจารณาส่งกองทัพไปยังช่องแคบฮอร์มุซ หากเส้นทางเดินเรือยังไม่สามารถเปิดได้ภายในต้นเดือน ก.ค.นี้ ปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกเกิดสภาวะ “NEW NORMAL” ที่ราคายืนอยู่ในระดับสูง โดยตลาดคาดการณ์ว่าราคาน้ำมัน BRENT จะแกว่งตัวบริเวณ 80-90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ไปอีกราว 2 ปี
FED Minutes ชี้เงินเฟ้อลงช้า – ตลาดเพิ่มน้ำหนักโอกาส “ขึ้นดอกเบี้ย” ด้านนโยบายการเงินโลก รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC FED MINUTE) ล่าสุดระบุว่า FED เริ่มกังวลเรื่องทิศทางเงินเฟ้อที่จะลดลงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ จากปัญหาช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดและราคาพลังงานที่ผันผวน โดย FED ส่งสัญญาณชัดเจนว่า มีแนวโน้มจะ “พิจารณาขึ้นดอกเบี้ย” หากเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าระดับเป้าหมายที่ 2% อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับผลสำรวจของ CME FEDWATCH TOOL ที่ให้น้ำหนักต่อโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ FED เพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายปี 2026 หรือช่วงไตรมาส 1 ปี 2027
กลุ่ม Reopening สบช่องฟื้นตัว เลียนแบบสถิติยุคสงครามรัสเซีย-ยูเครน สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นไทย นับตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลางในเดือน ก.พ. 2026 หุ้นกลุ่มที่อิงกับต้นทุนพลังงานได้ปรับตัวลดลงแรงกว่าตลาด (SET) อย่างเห็นได้ชัด อาทิ กลุ่มท่องเที่ยว (-16.5%), การแพทย์ (-15.0%), พาณิชย์ (-8.5%), ขนส่ง (-6.9%) และอาหาร (-4.4%) แต่ในปัจจุบันที่สัญญาณสงครามใกล้สิ้นสุดลงและราคาน้ำมันเริ่มย่อตัว ฝ่ายวิจัยได้นำสถิติในช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2022 มาเปรียบเทียบ พบว่าในช่วง 1 เดือนหลังจากที่ราคาน้ำมันทำจุดสูงสุด หุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคพื้นฐานและการขนส่ง (เช่น อาหาร, ขนส่ง, การแพทย์) สามารถฟื้นตัวกลับมาเป็นกลุ่มผู้นำตลาด (Leading Quadrant) ที่มีโมเมนตัมแข็งแกร่งกว่าตลาดได้ จึงคาดหวังว่ารอบนี้จะเกิดภาพซ้ำรอยเดิม ส่วนประเด็นที่รัฐบาลยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน กลับไปใช้เกณฑ์เดิม (เช่น จีนและอินเดียใช้ VOA 15 วัน) ฝ่ายวิจัยประเมินว่ามีผลกระทบจำกัด
กลยุทธ์การลงทุน: “เปิดเมือง เปิดพอร์ต สะสมรอบใหม่” บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์การลงทุนภายใต้ธีม “เปิดเมือง เปิดพอร์ต สะสมรอบใหม่” โดยให้ทยอยสะสมหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากสงครามคลี่คลายและน้ำมันขาลง แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
1.กลุ่มต้นทุนลด กำไรพุ่ง (Cost Reduction): GULF, BGRIM, GPSC, CBG, SCGP, AAV และ BA
2.กลุ่มฟื้นตัวตามเศรษฐกิจและกำลังซื้อ (Demand Recovery): MINT, CENTEL, ERW, BDMS, BH, TIDLOR และ MTC
โดยกำหนดให้หุ้น SCGP, BBL และ CENTEL เป็นหุ้นเด่น (Prime Picks) ประจำวัน
(ประเด็นการลงทุนต่างประเทศเพิ่มเติม: แนะนำเก็งกำไรใน DR: NVDA80 หลัง NVIDIA (NVDA US) ประกาศงบไตรมาส 1/2027 แข็งแกร่งสุดขีด โดยกวาดรายได้ 8.16 หมื่นล้านดอลลาร์ (+85% YoY) และกำไร EPS 1.87 ดอลลาร์ (+95% YoY) ทะลุเป้าหมาย หนุนจากยอดขายชิปกลุ่ม Data Center ที่โตระเบิด +92% YoY พร้อมปรับเป้ารายได้ไตรมาส 2 ขึ้นสู่ 9.1 หมื่นล้านดอลลาร์ และเตรียมวางจำหน่ายชิปรุ่นล้ำหน้า VERA RUBIN ในครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ แนะนำจับตาดีลยักษ์ของ SPACEX ที่นำโดย Elon Musk เตรียมเดินหน้าทำ IPO เสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ ซึ่งอาจทุบสถิติเป็นดีลใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกด้วยมูลค่าระดมทุนสูงถึง 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มทำโรดโชว์ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ สำหรับพอร์ต Global Gem แนะนำ BKNG80 และ DASH03)
#เอเซียพลัส #ตลาดหุ้น #ทรัมป์ #ราคาน้ำมัน #FED #ขึ้นดอกเบี้ย









