อย. มอบใบสำคัญทะเบียนตำรับยา “อิมครานิบ 400” (IMCRANIB 400) แก่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ยามุ่งเป้ารักษามะเร็งฝีมือคนไทย เพิ่มความสะดวกและโอกาสเข้าถึงการรักษา

อย. มอบใบสำคัญทะเบียนตำรับยา “อิมครานิบ 400” (IMCRANIB 400) ยารักษามะเร็งชนิดมุ่งเป้า (Targeted Therapy) ขนาดความแรงใหม่ 400 มิลลิกรัม แก่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นผลงานวิจัยและผลิตโดยโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการรักษา ยกระดับการเข้าถึงยาคุณภาพของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ต่อยอดความสำเร็จจาก “อิมครานิบ 100” ที่ได้รับการอนุมัติไปก่อนหน้านี้

Advertisement

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) โดย เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ได้มอบใบสำคัญทะเบียนตำรับยา “อิมครานิบ 400 (IMCRANIB 400)” ให้แก่ ดร.วัชระ กาญจนกวินกุล ผู้อำนวยการโรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นยารักษามะเร็งชนิดมุ่งเป้า ขนาดความแรงใหม่ เป็นผลงานวิจัยและผลิตโดยคนไทย เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงยาคุณภาพสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เปิดเผยว่า การอนุมัติทะเบียนตำรับยา “อิมครานิบ 400” นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนายารักษามะเร็งในประเทศ และเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากยา “อิมครานิบ 100” ซึ่ง อย. ได้อนุมัติเมื่อปี 2568 ในฐานะยามุ่งเป้าตำรับแรกที่ผลิตขึ้นในประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ของสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงมุ่งมั่นพัฒนาความมั่นคงทางยาของประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้ายาจากต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยไทยเข้าถึงยารักษาที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม

สำหรับยา “อิมครานิบ 400” มีตัวยาสำคัญ คือ Imatinib ใช้รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิด
มะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ รวมถึงมะเร็งผิวหนังในผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าเหมาะสมต่อการรักษาด้วย
ยาชนิดนี้ โดยการพัฒนาในขนาดความแรง 400 มิลลิกรัม จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ป่วย จากเดิมที่อาจต้องรับประทานยาหลายเม็ดต่อครั้ง เหลือเพียง 1 เม็ด ช่วยเพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง (Patient Compliance) และลดโอกาสการลืมรับประทานยา ทั้งนี้ ยาดังกล่าวผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ภายใต้มาตรฐานสากล GMDP PIC/S ณ โรงงานผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดำริ จังหวัดชลบุรี จึงมั่นใจได้ในด้านคุณภาพ
ความปลอดภัย และประสิทธิภาพเทียบเท่ากับยานำเข้า

เลขาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ยังคงเดินหน้าร่วมมือพัฒนายารักษามะเร็งชนิดอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางยา เพิ่มโอกาสเข้าถึงยานวัตกรรมและยามูลค่าสูง และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทยอย่างยั่งยืน