“อนุทิน” ควง ”ภราดร-ไชยชนก“ เข้าสภา ก่อนนำทีมสส.ภูมิใจไทย ยื่นแก้รัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา ชู สสร.100 คน
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 น.ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยรัฐมนตรีของพรรค และสส.พรรคภูมิใจไทย ร่วมกันยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา
นายโสภณ กล่าวว่า วันนี้ทางพรรคภูมิใจไทย โดยการนำของนายกฯ ได้นำร่างรัฐธรรมนูญของพรรคมายื่นต่อสภาฯ ซึ่งจะทำหน้าที่ต่อไปก็คือการบรรจุร่างฯดังกล่าว เพื่อได้ให้สมาชิกสภาฯได้พิจารณาตามขั้นตอน ถือว่าวันนี้ตนในฐานะเป็นประธานสภาฯก็ได้รับร่างของรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยแล้ว ส่วนพรรคอื่นๆจะมีเสนอยื่นเพิ่มเติมอะไรก็แล้วแต่ แต่เมื่อพรรคภูมิไทยเป็นพรรคหลักที่ยื่นมา เราก็พร้อมที่จะบรรจุร่างและให้สภาพิจารณาในโอกาสต่อไป
จากนั้นนายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยได้จัดทำขึ้นเพื่อเสนอให้ประธานสภาฯได้พิจารณาบรรจุเข้าไปในวาระการประชุมของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ การที่เราได้มายื่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพรรคภูมิใจไทย ที่เรามุ่งเน้นในเรื่องของการรับฟังเสียง และความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สืบเนื่องมาจากผลของประชามติที่ได้ให้พี่น้องประชาชนได้ลงคะแนน และมีผลค่อนข้างเอกฉันท์ว่า พี่น้องประชาชนมีความประสงค์ที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตรา เพราะฉะนั้นพรรคภูมิใจไทยจึงตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน เพราะเราเป็นพรรคของพี่น้องประชาชนทุกคน วันนี้ได้ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นพรรคแรกที่ได้ยื่นร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภา
“ขอให้ทุกท่านได้รับทราบถึงเจตนารมณ์ และความตั้งใจของพรรคภูมิใจไทยด้วย ไม่ใช่เป็นไปตามที่มีคนกล่าวหาว่าเราไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่มีความจริงใจในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีความเป็นประชาธิปไตยให้เพิ่มมากขึ้น วันนี้เราได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า ไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาใดๆ และที่มาที่นี่ก็มาเพราะพี่น้องประชาชนบอกให้มา ไม่ใช่มาเพราะว่ามาบิดเบือนในเรื่องข้อกล่าวหาที่มีคนพยายามกล่าวหาว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ตั้งใจ หรือไม่มีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้คงเป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้ได้เห็นว่าเราก็เป็นพรรคแรกที่มาให้ประธานรัฐสภาบรรจุวาระ แล้วให้สภาเป็นผู้พิจารณา เพราะฉะนั้นทั้ง 2 สภาคือผู้ที่จะกำหนดทิศทางว่า ผลของการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนี้จะเป็นอย่างไร”นายอนุทินกล่าว
เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าร่างฉบับพรรคภูมิใจไทยจะผ่านความเห็นชอบจากสว. นายอนุทิน กล่า;ว่า ขอดูร่างก่อน ยังไม่เห็น เพราะเราเป็นพรรคการเมืองที่รับฟังพี่น้องประชาชนเป็นประการด่านแรก รัฐบาลมาจากพรรคการเมือง พรรคการเมืองมาจากพี่น้องประชาชน เราทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ยึดตามทำนองครองธรรมทุกอย่าง
เมื่อถามว่าหากพรรคการเมืองอื่นเสนอให้มีการเลือกตั้งส.ส.ร.โดยอ้อมจะรับได้ไหม นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยในรายละเอียด แต่ได้มีการหารือกันในเบื้องต้น ทุกพรรคสามารถที่จะยื่นแล้วก็เราก็มาดูว่าถ้ามีส่วนไหนที่เราดูแล้วเป็นเจตนารมณ์ร่วมกัน เป้าหมายร่วมกัน เป็นประโยชน์กับประเทศ และเป็นประโยชน์กับประชาชน เราก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุน ไม่ใช่เฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น
เมื่อถามว่าได้คุยกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยว่าร่างดังกล่าวมีแนวทางคล้ายกันหรือแตกต่างกัน นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวว่ากัน ทุกอย่างต้องมาจากความเห็นร่วมของสมาชิกสภาฯทุกคน ตรงนี้เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนด้วย เพราะฉะนั้นเราก็ต้องรับฟังเสียงของสมาชิกสภาฯ ซึ่งสะท้อนเสียงของพี่น้องประชาชนออกมา เราทำทุกอย่างให้ดีที่สุด
“สิ่งที่ไม่กังวลเลยคือผมมั่นใจว่าสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ทุกคนมีเจตนารมณ์ที่จะต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ตอบสนองความเป็นประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”นายกฯกล่าว
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าร่างฉบับพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและไทม์ไลน์จะให้เสร็จในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า คนมาอยู่ตรงนี้ยังไม่จริงอีกเหรอ จริงจังแน่นอนครับ
การยื่นร่างครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยระบุว่าเป็นพรรคการเมืองแรกที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาฯ โดยเสนอแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามเจตนารมณ์ของประชาชน 21 ล้านเสียงที่ลงประชามติ และเพื่อแสดงความจริงใจของพรรคต่อการปฏิรูปกฎหมายสูงสุดของประเทศ
โดยสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคภูมิใจไทยอยู่ที่การออกแบบกลไกผู้ร่าง เสนอให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. จำนวน 100 คน แบ่งเป็นตัวแทนจากทุกจังหวัดทั่วประเทศ 77 คน จังหวัดละ 1 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ การบริหารราชการ และกฎหมายมหาชน อีก 23 คน นอกจากนี้ยังเสนอให้มี สสร.ตัวสำรอง 300 คน แบ่งเป็นตัวสำรองจังหวัดละ 3 คน และตัวสำรองจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านละ 3 คน โดยตัวสำรองจะมีบทบาทในคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ไม่ใช่เพียงรอทดแทนตำแหน่งเท่านั้น
สำหรับที่มาของ สสร. ผู้สมัครต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ก่อนส่งรายชื่อให้รัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย สส. 500 คน และ สว. 200 คน เป็นผู้คัดเลือกตามสัดส่วนของพรรคการเมือง เพื่อให้กระบวนการมีความชอบธรรมและสะท้อนน้ำหนักของคะแนนเสียงประชาชนผ่านระบบตัวแทน พรรคภูมิใจไทยยังวางเงื่อนไขสำคัญว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ โดยระบุว่าเป็นแนวทางเพื่อลดความขัดแย้งทางสังคมและลดแรงเสียดทานทางการเมือง
ขณะเดียวกัน กระบวนการยกร่างจะเปิดให้มีส่วนร่วมผ่านคณะกรรมาธิการ 2 ชุดหลัก ได้แก่ คณะกรรมาธิการยกร่าง 45 คน และคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น 45 คน ซึ่งประกอบด้วย สสร.ตัวจริง สสร.ตัวสำรอง และภาคประชาชนทั่วไป เพื่อให้ความคิดเห็นจากสังคมเข้าสู่กระบวนการร่างอย่างเป็นระบบ
#วุฒิสภา #สสร #ร่างรัฐธรรมนูญ #แก้รัฐธรรมนูญ #รัฐบาล









