“แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” จับมือเซเว่นฯ โตคู่เกษตรกร รับกล้วยจากสวน 48,000 กิโลต่อเดือน เดินหน้าต่อยอดพัฒนาขนมหวานพร้อมทาน ปี 2568 โตแรง โกยรายได้ 416 ล้านบาท
จากจุดเริ่มต้นของการนำ “กล้วยน้ำว้า” ผลผลิตจากสวนของเกษตรกรไทย มาต่อยอดเป็นเมนูขนมพื้นบ้านอย่าง “กล้วยบวชชี และกล้วยปิ้ง” รวมถึงขนมไทยอีกหลากหลายรายการ วันนี้แบรนด์ “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” ภายใต้ บริษัท เจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป จำกัด ได้พัฒนาแนวคิดการแปรรูปวัตถุดิบไทยให้กลายเป็นขนมที่เข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ โดยยังคงเอกลักษณ์รสชาติแบบไทย พร้อมวางจำหน่ายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศ
เบื้องหลังความสำเร็จของขนมไทยบนชั้นเชลฟ์ ไม่ได้มีเพียงรสชาติที่คุ้นเคยเท่านั้น แต่ยังมาจากการบริหารวัตถุดิบต้นน้ำอย่างเป็นระบบ โดยบริษัทฯ รับซื้อกล้วยน้ำว้าจากเกษตรกรเฉลี่ยกว่า 48,000 กิโลกรัมต่อเดือน เพื่อนำมาแปรรูปเป็นสินค้าหลากหลายเมนู พร้อมขยายพอร์ตสินค้าในเซเว่นฯ ถึง 12 รายการ ด้วยกำลังการผลิตกว่า 120,000 ชิ้นต่อวัน ทำให้แบรนด์แม่ซู่กี๊ ขนมไทยสามารถครองใจลูกค้าในเซเว่นฯ ได้อย่างต่อเนื่องจนธุรกิจเติบโต

“คุณก้อง” ก้องปพัฒน์ เรืองจินดาชัยกิจ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ เอช แอนด์ สโนว์ กรุ๊ป จำกัด เล่าย้อนกลับไปถึงเส้นทางการเข้าสู่ร้านเซเว่นฯ เริ่มต้นขึ้นในปี 2554 เมื่อบริษัทฯ ตัดสินใจนำสินค้าเข้าไปเสนอเป็นบิงซู แต่เวลานั้นช่องทางจัดจำหน่ายยังไม่รองรับสินค้าประเภทนี้ ทำให้ต้องพับโปรเจกต์ไป ต่อมาเซเว่นฯ มีทิศทางการพัฒนาสินค้าภายใต้ธีม “ขนมไทย” จึงเปิดโอกาสให้เราได้ทดลองพัฒนาเมนูใหม่อย่าง “กล้วยบวชชี” ซึ่งใช้เวลาปรับสูตรกว่า 1 ปีเต็ม เพื่อให้ได้รสชาติที่คงเอกลักษณ์ความเป็นขนมไทย ขณะเดียวกันก็ต้องปรับปรุงโครงสร้าง กระบวนการผลิต และระบบควบคุมคุณภาพใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ผ่านการตรวจประเมินจากทีม QA (Quality Assurance) ของเซเว่นฯ ก่อนที่กล้วยบวชชีจะกลายเป็นสินค้ารายการแรกที่ได้วางจำหน่ายบนชั้นเชลฟ์ และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการเติบโตในเวลาต่อมา และถือเป็นเมนูที่ลูกค้าเรียกร้องให้กลับมาจำหน่ายอีกด้วย

บริหารต้นน้ำเป็นระบบ เชื่อมเครือข่ายเกษตรกรกล้วย
เมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว สิ่งที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญควบคู่ไปกับกำลังการผลิต คือคุณภาพของวัตถุดิบต้นทาง โดยเฉพาะ “กล้วยน้ำว้า” ที่เป็นหัวใจของหลายสินค้าในแบรนด์ ปัจจุบันบริษัทฯ รับซื้อกล้วยเฉลี่ยกว่า 48,000 กิโลต่อเดือน จากแหล่งเพาะปลูกในจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี นครปฐม เพชรบุรี และสุพรรณบุรี ซึ่งมีสภาพดินและภูมิอากาศเหมาะสม ทำให้ได้ผลผลิตที่เนื้อแน่น หอม และมีรสหวานตามธรรมชาติ แม้ว่าต้องทำงานร่วมกับเกษตรกรในหลายจังหวัด แต่ก็สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมสร้างรายได้หมุนเวียนกลับสู่เกษตรกรผู้ปลูกกล้วย และทำให้การเติบโตของธุรกิจเดินเคียงข้างไปพร้อมกับชุมชน
“เราเริ่มต้นจากการทำให้ต้นน้ำเราแข็งแรงก่อน ทั้งการรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง หากปริมาณไม่พอจึงจะขยายแหล่งจัดหาสู่จังหวัดอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันเรามีเครือข่ายคู่ค้าทั่วประเทศ และเกษตรกรบางรายส่งวัตถุดิบให้เราต่อเนื่องถึง 10 ปี เมื่อวัตถุดิบต้นน้ำและกระบวนการผลิตของเราแข็งแรงแล้ว โจทย์ต่อไปคือทำอย่างไรให้สินค้าสื่อสารคุณค่าไปถึงผู้บริโภคได้ชัดที่สุด โดยเฉพาะในร้านเซเว่นฯ ที่มีสินค้ามากมายวางอยู่บนเชลฟ์ ทีมการตลาดจึงต้องออกแบบแพคเกจจิ้งให้โดดเด่น เข้าใจง่าย เปิดสะดวก และมีขนาดที่พอดี ทานหมดแล้วรู้สึกคุ้มค่า เพราะสำหรับเราบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มีหน้าที่แค่ห่อสินค้า แต่เป็นตัวกลางที่เชื่อมระหว่างคุณภาพสินค้าไปสู่ประสบการณ์ของผู้บริโภคอย่างครบถ้วน” ก้องปพัฒน์ กล่าว

“แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” ปี 2568 กวาดรายได้ 416 ล้าน โตขึ้น 8 เปอร์เซ็นต์
กว่า 10 ปีของ “แม่ซู่กี๊ ขนมไทย” คือเส้นทางการสั่งสมประสบการณ์ ทดลอง พัฒนา และยกระดับมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง จนเติบโตเป็นผู้ผลิตขนมที่มีความแข็งแรงทั้งด้านสินค้า และระบบการจัดจำหน่าย ปัจจุบันแบรนด์มีสินค้าวางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ รวม 12 รายการ ครอบคลุมทั้งกลุ่มขนมหวาน ขนมไทย และสินค้าแปรรูป ได้แก่ กล้วยปิ้ง, กล้วยปิ้งน้ำตาลมะพร้าว, เต้าส่วนทรงเครื่อง, มันทิพย์ปิ้ง, มันม่วงเเละเผือกทิพย์, ขนมตาล, กล้วยแดงเชื่อม, โมจิหยดน้ำ, ตะโก้ข้าวโพด และล่าสุด ไข่มุกพุดดิ้งโอวัลติน และ พุดดิ้งโอวัลตินครั้นชี่ โดยในปี 2568 บริษัทฯสามารถทำรายได้ถึง 416 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 8 เปอร์เซ็นต์ ตอกย้ำศักยภาพของธุรกิจ SME ไทยที่สามารถแข่งขัน และเติบโตในตลาดระดับประเทศได้อย่างมั่นคง

กระแสขนมหวานพร้อมทานมาแรง แม่ซู่กี๊ดึงเอกลักษณ์โอวัลติน ดันไข่มุกพุดดิ้ง โอวัลติน และ พุดดิ้งโอวัลติน ครั้นชี่ เอาใจสายหวาน
โดยจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสินค้าใหม่นี้ มาจากการมองหาพาร์ทเนอร์ที่มีความนิยมและเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง มองว่าโอวัลตินมีกลิ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นขวัญใจของคนทุกวัย สามารถต่อยอดเป็นเมนูพุดดิ้งในรูปแบบใหม่ ชูรสชาติที่เข้มข้น หอมกลิ่นมอลต์ชัดเจน พร้อมพัฒนาแพ็กเกจจิ้งและวิธีรับประทานให้สะดวก และกลายเป็นสินค้าต่อยอดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

“การทำงานร่วมกับทีมเซเว่นฯ และโอวัลติน มีการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้รสชาติโอวัลตินที่เข้มข้นและมีกลิ่นมอลต์โดดเด่น โดยสร้างสรรค์เป็นพุดดิ้งโอวัลติน ตักรับประทานง่าย ราดด้วยซอสโอวัลตินรสกลมกล่อม เพิ่มความอร่อยด้วยโอวัลตินเฟลกกรุบกรอบ ในราคา 29 บาท หลังวางจำหน่ายได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคทันที พร้อมเสียงชื่นชมเรื่องรสชาติเข้มข้นและความแปลกใหม่ ทั้งนี้เบื้องหลังการพัฒนาสินค้าให้ความสำคัญกับมาตรฐานการผลิต ความสะอาด และความปลอดภัยในทุกขั้นตอน รวมถึงการตรวจวิเคราะห์คุณภาพจากห้องแล็บมาตรฐาน เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพของขนมหวานพร้อมทานที่สดใหม่และได้มาตรฐานอาหารอย่างเข้มงวด” ก้องปพัฒน์ กล่าวเสริม

การมีพันธมิตรที่แข็งแรงคือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ก้าวเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด พร้อมให้คำแนะนำ และแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ตั้งแต่การบริหารสต็อก การวางแผนโลจิสติกส์ การคำนวณวัตถุดิบล่วงหน้าตลอดทั้งปี ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”
#CPALL #7Eleven #เซเว่น #สร้างอาชีพ #แม่ซู่กี๊ขนมไทย









