“ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ : พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” รัฐบาลผนึก 4 ภาคส่วน ส่งสินค้าจำเป็นราคาพิเศษถึงชุมชน ลดค่าครองชีพไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท
วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ : พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมเปิดงานด้วย เมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะประชาชนในชุมชนและพื้นที่ห่างไกลที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด โดยได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในรับผิดชอบการบริหารโครงการ ประสานผู้ผลิต กำหนดรายการและราคาสินค้าจำเป็น ขณะที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง สนับสนุนการคัดเลือกและประสานรถพุ่มพวงและร้านค้าชุมชนในพื้นที่ ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สนับสนุนเครือข่ายจุดจำหน่ายและจุดกระจายสินค้า เพื่อให้สินค้าราคาพิเศษเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง รวดเร็ว และเข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ : พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” มีเป้าหมายดำเนินการต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อให้สอดรับกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและลดภาระค่าครองชีพของรัฐบาลในช่วงเดียวกัน อาทิ โครงการคนละครึ่งพลัส โดยในระยะแรกจะดำเนินการระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลา 30 วัน นำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็น 14 รายการ จากผู้ประกอบการ 12 ราย มาจำหน่ายในราคาพิเศษผ่านช่องทางใกล้ชุมชน ทั้งรถพุ่มพวง ร้านค้าชุมชน และจุดให้บริการของไปรษณีย์ไทย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าจำเป็นได้สะดวกขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายสินค้าใกล้บ้าน
“รัฐบาลคาดว่าโครงการนี้จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 280 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายให้เกิดประโยชน์ครอบคลุมประชาชนไม่น้อยกว่า 4 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ 3 เดือน โดยหัวใจสำคัญของโครงการคือการนำสินค้าราคาประหยัดเข้าไปถึงพื้นที่ชุมชน ผ่านรถพุ่มพวงซึ่งเป็นช่องทางค้าปลีกเคลื่อนที่ที่ใกล้ชิดกับประชาชนอยู่แล้ว ทำให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกล ลดค่าใช้จ่ายทั้งค่าสินค้าและค่าเดินทาง” นายอนุทิน กล่าว
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้รับมอบหมายให้บริหารโครงการในภาพรวม ประสานผู้ผลิต กำหนดรายการสินค้า ราคาหลักเกณฑ์การดำเนินงาน และติดตามประเมินผลโครงการ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากสินค้าราคาพิเศษอย่างแท้จริง โดยสินค้าในโครงการเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน รวม 14 รายการ ซึ่งเป็นสินค้าที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวัน และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้ครัวเรือนได้โดยตรง
สำหรับจุดจำหน่ายสินค้า ในเบื้องต้นจะมีรถพุ่มพวงทั่วประเทศ รวม 3,800 คัน จุดจำหน่ายผ่านไปรษณีย์จังหวัดและไปรษณีย์อำเภอ รวม 946 จุด และร้านค้าชุมชน 129 ร้าน ซึ่งจะเป็นเครือข่ายสำคัญในการนำสินค้าราคาพิเศษไปถึงมือประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงห้างค้าปลีกหรือแหล่งจำหน่ายขนาดใหญ่ได้ไม่สะดวก
ทั้งนี้ โครงการยังสนับสนุนผู้ประกอบการรถพุ่มพวงให้สามารถเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีมาตรการสนับสนุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านบัตร Fleet Card หรือ Top-up Card ของสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สำหรับรถพุ่มพวงที่ผ่านการคัดเลือก แบ่งตามขนาดรถ ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ได้รับการสนับสนุน 250 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 1,000 บาทต่อเดือน รถสามล้อ ได้รับการสนับสนุน 375 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 1,500 บาทต่อเดือน และรถกระบะ ได้รับการสนับสนุน 750 บาทต่อสัปดาห์ หรือ 3,000 บาทต่อเดือน เมื่อมีการนำสินค้าไปจำหน่ายต่อตามขั้นต่ำที่กำหนด เพื่อช่วยลดต้นทุนการเดินรถ และสนับสนุนให้รถพุ่มพวงสามารถนำสินค้าราคาพิเศษออกไปจำหน่ายในพื้นที่ชุมชนได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้รับการสนับสนุนชุดสินค้าเริ่มต้น หรือ Starter Kit เพื่อทดลองตลาดและช่วยลดความเสี่ยงในการเริ่มจำหน่ายสินค้า โดยรถกระบะจะได้รับชุดสินค้าเริ่มต้น 14 รายการ 64 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1,800 บาท รถสามล้อได้รับชุดสินค้าเริ่มต้น 14 รายการ 37 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1,000 บาท และรถจักรยานยนต์ได้รับชุดสินค้าเริ่มต้น 8 รายการ 22 ชิ้น มูลค่าประมาณ 450 บาท โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องจำหน่ายสินค้าในราคาตามที่กำหนด และมีป้ายแสดงราคาจำหน่ายตามโครงการ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับสินค้าราคาพิเศษตามเจตนารมณ์ของโครงการ
โดยความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนการทำงานแบบบูรณาการของภาครัฐและภาคเอกชน โดยกระทรวงมหาดไทยผ่านกรมการปกครองมีบทบาทสำคัญในการประชาสัมพันธ์ รับสมัคร และคัดเลือกรถพุ่มพวง รวมถึงร้านค้าชุมชนในพื้นที่ ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยไปรษณีย์ไทย ช่วยจัดพื้นที่จำหน่ายสินค้าและเป็นจุดรวบรวม กระจายสินค้าให้แก่รถพุ่มพวงและร้านค้าชุมชน ส่วนผู้ผลิตสินค้าร่วมสนับสนุนสินค้าในราคาพิเศษ เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นรูปธรรม
“โครงการนี้ไม่เพียงช่วยลดราคาสินค้าให้ประชาชน แต่ยังช่วยให้สินค้าจำเป็นเข้าถึงชุมชนได้มากขึ้น โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ไกลตลาดหรือห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มโอกาสทางรายได้ให้รถพุ่มพวงและร้านค้าชุมชน ซึ่งเป็นกลไกเศรษฐกิจฐานรากที่ใกล้ชิดกับประชาชน กระทรวงพาณิชย์จะติดตามการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด” นางศุภจี กล่าว
“รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าดูแลค่าครองชีพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสนับสนุนผู้ค้ารายย่อย รถพุ่มพวง และร้านค้าชุมชน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้การกระจายสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม และเกิดประโยชน์ต่อครัวเรือนทั่วประเทศ” นายกรัฐมนตรีกล่าว
#ไทยช่วยไทย #ข่าว #ลดภาระค่าครองชีพ #รถพุ่มพวง #ศุภจี









