“อ.เชน” เปิดหลักสูตร NEXUS AI รุ่น 2 พัฒนาผู้นำใช้ AI ชูวิสัยทัศน์พลิกโฉมประเทศไทยสู่ผู้สร้าง AI เร่งเครื่องเศรษฐกิจใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุกภาคส่วน ปักธงอธิปไตยข้อมูล ปั้นคนไทยรู้ AI ทั่วประเทศ
วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดหลักสูตร Network for Executive Xceleration & Unbounded Scale (NEXUS AI) รุ่นที่ 2 พร้อมปาฐกถาพิเศษ โดยมี ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย รศ.ดร.มาโนช โลหเตปานนท์ รองอธิการบดี และ รศ.ดร.อติวงศ์ สุชาโต รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์จากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 70 คน เข้าร่วม ณ ศาลาพระเกี้ยว จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเร่งผลักดันนโยบายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับขีดความสามารถของประเทศไทย โดยมุ่งบูรณาการองค์ความรู้และประยุกต์ใช้ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตร สาธารณสุข เทคโนโลยีชีวภาพ ไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Physical AI (หุ่นยนต์) และ Digital Twin เป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากการเป็นเพียง “ผู้ใช้งาน” และพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติ สู่การเป็น “ผู้พัฒนา” นวัตกรรม AI ของตนเอง ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานทางเทคโนโลยีที่มั่นคงและจำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับอนาคต

ทั้งนี้แม้ปัจจุบันอัตราการนำ AI มาใช้ (Adoption) ในประเทศไทยจะยังอยู่ระดับต่ำกว่าร้อยละ 20 และยังต้องเร่งรัดการพัฒนาด้านธรรมาภิบาล (Governance) แต่ AI จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) อย่างก้าวกระโดด กลยุทธ์หลักคือการนำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Productivity) ในกลุ่มรากฐานสำคัญ เช่น ภาคการเกษตร ธุรกิจ SME และภาคบริการ ควบคู่ไปกับการสร้างเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) โดยนำ AI ไปต่อยอดในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงอย่าง เศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) และเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) พร้อมทั้งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ
“อีกหนึ่งวาระเร่งด่วนคือการรักษาอธิปไตยด้านข้อมูล (Data Sovereignty) ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ของไทย (Thai LLM) เพื่อให้ประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานในการประมวลผลข้อมูลของตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพิงแพลตฟอร์มต่างชาติเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ ภาครัฐยังตั้งเป้าหมายเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Literacy) ให้กับประชาชน โดยตั้งเป้าให้คนไทยอย่างน้อย 1 ใน 3 ของประเทศมีความรู้พื้นฐานเพื่อให้สามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการสร้างระบบนิเวศแบบครบวงจรนี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่อนาคตได้อย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ด้าน ศ.ดร.วิเลิศ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยต้องก้าวข้ามบทบาทการให้ปริญญา สู่การสร้างคุณค่าแก่สังคม ในโลกที่ AI ไม่ใช่เพียง “ข้อได้เปรียบ” แต่เป็น “ความจำเป็น” เชิงยุทธศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงมุ่งสู่การเป็น “The University of AI” เพื่อสร้างทั้งผู้ใช้และผู้สร้างนวัตกรรมอย่างแท้จริง หลักสูตร NEXUS AI ได้รับการออกแบบให้ครอบคลุมทั้งแนวคิดเชิงกลยุทธ์ การปฏิบัติจริง การเรียนรู้จากองค์กรเทคโนโลยีระดับโลก และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ โดยมีพันธมิตรชั้นนำร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อพัฒนาผู้นำที่สามารถใช้ AI ขับเคลื่อนองค์กรและประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมในอนาคต
ขณะที่ รศ.ดร.มาโนช กล่าวว่า ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลก องค์กรที่ใช้ AI เชิงยุทธศาสตร์ได้จะเป็นผู้นำการแข่งขัน หลักสูตร NEXUS AI จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว โดยความสำเร็จของรุ่นแรกสะท้อนพลังผู้นำที่สามารถเปลี่ยน AI เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนองค์กร และในปีนี้มีผู้บริหารเข้าร่วมเพิ่มขึ้น เพื่อร่วมต่อยอดองค์ความรู้และสร้างแนวทางใหม่ให้ประเทศ
#ยศชนันวงศ์สวัสดิ์ #กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม #MHESI #กระทรวงอว #อว #อุดมศึกษา #วิจัยและนวัตกรรม









