นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 10 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 163,967 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,870 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,866 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Line 4 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 21 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 16 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 11 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 4 เรื่อง ข่าวปลอม 6 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง ได้แก่
อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง สารกลุ่มอะดิโพไคน์ เกิดจากไขมันในช่องท้อง
อันดับที่ 2 ข่าวจริง เรื่อง ประกาศ กกร. สินค้าควบคุม ตามกฎหมายฯ เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส ระยะเวลา 1 ปี
อันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง แบรนด์สินค้าดังเปิดให้ทำแบบสอบถาม ลุ้นรับรางวัลช่วงสงกรานต์
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง โดนโกงทางออนไลน์ ส่งข้อมูลหลักฐานได้ที่ เพจ Online disaster protection organization V4
อันดับที่ 5 ข่าวจริง เรื่อง โควิด 19 สายพันธุ์ Cicada หรือก็คือ BA.3.2 เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอมิครอน
อันดับที่ 6 ข่าวบิดเบือน เรื่อง อาบน้ำวันละ 1 ครั้ง ทำให้มีกลิ่นแก่เร็ว
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง สว. เตรียมเสนอการยกเลิก 30 บาทรักษาทุกโรค
อันดับที่ 8 ข่าวปลอม เรื่อง เพจ Sumetee Kiewpalad เปิดรับแรงงานไปทำงานฟาร์มมะเขือเทศที่ออสเตรเลีย ผ่านกระทรวงแรงงาน
อันดับที่ 9 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกหนังสือรับรอง บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เป็นบริษัทมหาชน ด้วยทุนจดทะเบียนกว่าสองหมื่นล้าน
อันดับที่ 10 ข่าวปลอม เรื่อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการแนะนำการลงทุนหุ้น OR แนบช่องทางติดต่อให้คำแนะนำ รับรองโดย ก.ล.ต. และ SET
อันดับที่ 11 ข่าวจริง เรื่อง ลูกเรือมยุรีนารีกลับภูมิลำเนา พร้อมประสานสิทธิประโยชน์
สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “สารกลุ่มอะดิโพไคน์ เกิดจากไขมันในช่องท้อง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยไขมันในช่องท้อง (Visceral fat) จะหลั่งสารกลุ่มอะดิโพไคน์ (adipokine) ที่มีฤทธิ์เพิ่มการอักเสบได้ เช่น MCP-1, TNF-alpha เป็นต้น ผลของสารเหล่านี้จะทำให้ร่างกายเกิดภาวะดื้ออินซูลิน และเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะไขมันพอกตับ จนนำไปสู่โรคหัวใจและหลอดเลือด
ดังนั้นการควบคุมอาหาร จึงควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมพลังงานต่อวันให้เหมาะสม และออกกำลังกายให้ได้สัปดาห์ละ 150 นาที จะทำให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ ช่วยลดไขมันช่องท้อง และลดความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจและหลอดเลือดได้ ด้านคนที่น้ำหนักตัวเกินหรืออ้วน อาจประเมินได้จากเส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง ควรลดน้ำหนักขั้นต่ำ 5% เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ









