สรุปสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุส สหรัฐฯ-อิสสราเอลรุกหนัก อิหร่านเสียผู้นำสูงสุด ลั่นงานนี้ไม่จบง่ายๆ
สหรัฐฯและอิสราเอลได้เปิดฉากปฏิบัติการร่วมโจมตีอิหร่านในช่วงหลังเวลา 9.30 น.ของวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา บรรดาสื่อของอิหร่านรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดในกรุงเตหะราน รวมทั้งเสียงระเบิดตามเมืองต่างๆ ทั้งในเมืองอิสฟาฮาน เมืองกอม เมืองการาจ และเมืองเคอร์มันชาห์
สื่อของทางการอิหร่านและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตในปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอล ขณะกำลังเตรียมประชุมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง ขณะที่ลูกสาว ลูกเขย ลูกสะใภ้และหลาน ของผู้นำสูงสุดอิหร่านเสียชีวิตจากเหตุโจมตีด้วย ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศจะเปิดฉากปฏิบัติการที่รุนแรงและสร้างความเสียหายมากที่สุด เพื่อตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯและอิสราเอล
คาเมเนอี ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดในปี 1989 ต่อจาก รูฮอลลาห์ โคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลามที่โค่นล้ม โมฮัมหมัด เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี และสถาปนาระบอบการปกครองโดยนักบวชนิกายชีอะห์ แม้ในช่วงแรกจะถูกมองว่ามีบารมีทางศาสนาน้อยกว่าผู้นำรุ่นก่อน แต่คาเมเนอีค่อยๆ รวมศูนย์อำนาจ สร้างเครือข่ายนักบวช และขยายบทบาทของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ให้เป็นเสาหลักด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และการเมืองของประเทศ
ภายใต้การนำของ คาเมเนอี อิหร่านผลักดันเครือข่ายพันธมิตรติดอาวุธในภูมิภาค หรือ Axis of Resistance สนับสนุนกลุ่มอย่างฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน และฮามาสในปาเลสไตน์
คาเมเนอีเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ แม้ถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ แม้เคยมีคำวินิจฉัยทางศาสนาว่าอาวุธนิวเคลียร์ขัดหลักอิสลาม แต่ยืนยันสิทธิในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 เคยลดระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมลง ทว่าการถอนตัวของสหรัฐฯ ในสมัยแรกของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ข้อตกลงล่ม อิหร่านจึงเพิ่มระดับการเสริมสมรรถนะใกล้ระดับอาวุธ ขณะที่การเจรจารอบใหม่ในปี 2025 ไม่สำเร็จ
ปี 2024 ถือเป็นครั้งแรกที่อิสราเอลและอิหร่านโจมตีกันโดยตรง และในเดือนมิถุนายน 2025 สหรัฐฯ กับอิสราเอลโจมตีโครงสร้างนิวเคลียร์อิหร่านอย่างหนัก นำไปสู่การเผชิญหน้าครั้งล่าสุด ตามรัฐธรรมนูญอิหร่าน สภาผู้เชี่ยวชาญ 88 คน มีหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ แต่ยังไม่มีตัวเต็งชัดเจน นักวิเคราะห์มองว่าบทบาทของ IRGC อาจเป็นปัจจัยชี้ขาด หากเกิดสุญญากาศทางอำนาจ สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางประชาชนกว่า 90 ล้านคน ซึ่งส่วนหนึ่งแสดงความไม่พอใจต่อระบอบการปกครองปัจจุบัน ทำให้อนาคตการเมืองอิหร่านอยู่ในภาวะเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ อ้างว่า เป้าหมายหลักของการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งมีชื่อว่า Operation Epic Fury มีขึ้นเพื่อปกป้องชาวสหรัฐฯ ด้วยการกำจัดภัยคุกคามจากระบอบการปกครองของอิหร่าน และสร้างความมั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ส่งสารถึงชาวอิหร่านให้อยู่ในที่กำบัง อย่าออกจากบ้านเรือน และทิ้งท้ายว่าเมื่อสหรัฐฯเสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีแล้ว ให้ชาวอิหร่านเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลคืนมา นี่จะถือเป็นโอกาสเดียวของชาวอิหร่านในรอบหลายชั่วอายุคน
เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลระบุว่า อิสราเอลได้โจมตีอิหร่านในรูปแบบชิงโจมตีก่อนภายใต้ชื่อปฏิบัติการ Roaring Lion พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวอิหร่านร่วมกันโค่นล้มทรราชที่ข่มขี่ประชาชน และนำเสรีภาพและสันติภาพคืนสู่ประเทศ พร้อมกับย้ำว่า อิหร่านจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ที่เป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ ปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐฯและอิสราเอลครั้งนี้เป็นการสร้างโอกาสให้กับชาวอิหร่านผู้กล้าในการกำหนดชะตาชีวิตของตัวเอง
ภายหลังจาก คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ล่าสุด นายอาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ออกมาแถลงอย่างแข็งกร้าวว่า จะแทงสหรัฐฯ เข้ากลางหัวใจหลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต พร้อมจะมีการจัดตั้งคณะผู้นำชั่วคราว ในวันอาทิตย์นี้ ตามรายงานของโทรทัศน์รัฐอิหร่าน
ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกคำเตือนอิหร่านไม่ให้ดำเนินการโจมตีตอบโต้ โดยระบุผ่านโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า หากอิหร่านยังคงตอบโต้ สหรัฐฯ จะใช้กำลังอย่างรุนแรงเข้าตอบสนอง พร้อมย้ำด้วยถ้อยคำแข็งกร้าวว่า พวกเขาไม่ควรทำเช่นนั้นเด็ดขาด เพราะหากทำ สหรัฐฯ จะโจมตีกลับด้วยกำลังที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
ถ้อยแถลงล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีขึ้นในช่วงที่อิหร่าน เปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ในหลายพื้นที่ของภูมิภาค และขู่ว่าจะดำเนินปฏิบัติการทางทหารที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ ภายหลังการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุด
-เครดิตภาพสำนักข่าวต่างประเทศ









