ม.หอการค้าไทย ชี้คนพร้อมใช้เงินผ่านคนละครึ่งพลัส คาดกินเจเงินสะพัด 4.6 หมื่นล้าน
วันที่ 16 ตุลาคม 2568 ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มาตราการคนละครึ่งพลัส เมื่อใช้เงินอุดหนุนของรัฐบาล 44,000 ล้านบาท รวมกับเงินของชาวบ้าน 44,000 ล้านบาท บวกกับเงินช่วยบัตรสวัสดิการ 2.2 หมื่นล้านบาท และเงินจากมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 1 เท่า สำหรับการเที่ยวเมืองหลัก และลดหย่อน 1.5 เท่า สำหรับการท่องเที่ยวเมืองรอง และยังให้หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจเร่งออกไปจัดอบรมสัมมนาตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ทำให้มีเงินออกสู่ระบบ 2-3 หมื่นล้านบาท รวมแล้วทุกมาตรการมีเม็ดเงินออกสู่ระบบ 1.5 แสนล้านบาท ทำให้มีแรงผลักดันจีดีพีไตรมาส 4 โตร้อยละ 0.8-1.1 และทำให้ทั้งปีจีดีพีเติบโตได้ร้อยละ 2-2.2
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ ภาครัฐมองว่าในปี 68 เงินเฟ้อร้อยละศูนย์ เมื่ออัตราเงินเฟ้อติดลบติดต่อกันหลายเดือนจนกลายเป็นปัญหาเงินฝืดนั้น แต่เพียงเงินฝืดทางเทคนิก ไม่น่ากังวลมากนัก เพราะเงินเฟ้อพื้นฐานยังขยายตัวเป็นบวก เมื่อคลัง-แบงก์ชาตินัดหารือ วางกรอบเงินเฟ้อจากเดิมร้อยละ 1-3 อาจเปลี่ยนเป้าหมาย เป็นร้อยละ 0.5-3 ในปี 69 หรือไม่ และหาก กนง.ยอมลดดอกเบี้ยลงอีกจะเพิ่มความเชื่อมั่นต่อการลงทุน การบริโภคได้มากขึ้น และในระยะถัดไป รัฐบาลต้องเร่งผลักดันจีดีพีให้เติบโตตามศักยภาพร้อยละ 4 ในอนาคตข้างหน้า แต่ยังห่วงว่า เมื่อรัฐบาลต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายขั้นตอน อาจทำให้การประกาศยุบสภาในเดือนมกราคม ขยายไปยังเดือนมีนาคม 69 หรือไม่
ด้าน อาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ ผช.ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสำรวจคนละครึ่งพลัส ประชาชนกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.6 บอกว่า พร้อมใช้จ่ายเต็มวงเงิน 400 บาท/วัน รวมทั้งเงินส่วนตัวและเงินของรัฐบาล โดยเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ร้อยละ 37.0 ซื้อวัตถุดิบทางการเกษตรร้อยละ 10.6 โดยเน้นใช้จ่ายเป็นเงินสดร้อยละ 72.9 และจ่ายผ่านการแสกนจ่ายร้อยละ 32.2 ประชาชนมองว่า คนละครึ่งพลัสร้อยละ 20.3 มองว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้มาก ผู้ประกอบการบอกว่าต้องการเข้าร่วมโครงการ เพราะทำให้รายได้ร้อยละ 56.3 ส่วนผู้ไม่เข้าร่วมโครงการร้อยละ 21.4 มองว่ากลัวเรื่องเก็บภาษีจากกรมสรรพากร

โดยเทศกาลกินเจระหว่างวันที่ 21-29 ต.ค.68 จากการสอบถามความเห็นของประชาชน มองว่าน่าจะคึกคักมากกว่าปีก่อน ทำให้มูลค่าการใช้จ่าย 5,200 บาท/ราย นับว่ามูลค่าสูงสุดในรอบ 5 ปี คาดเงินสะพัด 46,000 ล้านบาท เพิ่มร้อยละ 2 การกินเจลดลงเหลือร้อยละ 34 จากปีก่อนร้อยละ 36 เพราะกลัวอาหารราคาแพงขึ้น บางครอบครัว ไม่กินครบหมดทุกคน จึงไม่มีเพื่อนกินในบ้าน และอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพสูง และปัญหาหนี้ครัวเรือน นับว่ามีความคึกคักใกล้เคียงกับปีก่อน
ดร.วชิร คูณทวีเทพ รองอธิการบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความสามารถในการทำธุรกิจเอสเอ็มอี ประจำไตรมาส 3/68 ร้อยละ 42.8 นับว่ายังต่ำกว่า 50 รวมถึงดัชนีหลายด้านยังต่ำกว่า 50 เพราะเอสเอมอียังขาดความเชื่อมั่น หรือการทำธุรกิจยังไม่ปกติมากนัก รัฐบาลจึงต้องเข้ามาดูแลผู้ประกอบการเอสเอ็มอีผ่านหลายด้านให้มากขึ้น หากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เอสเอ็มอียังไม่สามารถรองรับได้ดีนัก
#เทศกาลกินเจ #กินเจ #คนละครึ่ง #คนละครึ่งพลัส #ข่าว #ข่าววันนี้ #หอการค้าไทย









