เครือข่ายวิทยุชุมชนภาคเหนือ จัดอบรมสื่อมวลชนและผู้ประกอบการวิทยุชุมชน หวังพัฒนาศักยภาพสถานีและบุคลากรนำไปสู่การปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ฟังที่ เปลี่ยนไป
เสียงจากท้องถิ่นสู่สื่อสร้างสรรค์ จากเวทีอบรมวิทยุชุมชนภาคเหนือ ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญ ของการปรับตัวของสื่อท้องถิ่นในยุคดิจิทัล แม้จะเผชิญอุปสรรคทั้งด้านกฎหมาย งบประมาณ บุคลากร และเทคโนโลยี แต่สถานีวิทยุยังคงเป็นสื่อกลางที่สำคัญ ในการสร้างความเข้าใจระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรมที่หลากหลาย พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัยสำหรับการสื่อสารของชุมชน สถานีวิทยุชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือ จึงเห็นแนวทางการพัฒนาที่มุ่งเน้นไปที่การยกระดับศักยภาพตัวบุคลากร การสนับสนุนด้านกฎหมายและเทคโนโลยี ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อให้วิทยุชุมชนสามารถผลิตเนื้อหาที่มีคุณค่า เช่น ด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา ด้านวัฒนธรรม การรู้เท่าทันสื่อ และยังคงทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงของชุมชนได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

โดยในเวทีอบรมวิทยุชุมชนภาคเหนือ มีการมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพสถานีและบุคลากร เพื่อปรับตัว เข้าสู่ยุคดิจิทัลและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ฟังที่เปลี่ยนไป โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ระบบกฎหมาย และการควบคุมที่ซับซ้อนใบอนุญาตล่าช้า ขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ งบประมาณมีจำกัดรายได้จาก สปอนเซอร์ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ บุคลากรด้านวิทยุลดน้อยลง ทั้งยังขาดทักษะและความกระตือรือร้น โดยเฉพาะปัญหาทางเทคโนโลยี เช่น ขาดอุปกรณ์ถ่ายทอดสดปัญหาลิขสิทธิ์เพลงและการใช้ แพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่เต็มที่ รวมไปถึงการมีส่วนร่วมทางประชาธิปไตยไม่เต็มรูปแบบ ทำให้ชุมชน ขาดพลังในการขับเคลื่อน

สถานีวิทยุในพื้นที่ภาคเหนือ จึงมองเห็นถึงแนวทางการแก้ไขร่วมกันว่า ควรส่งเสริมการมีส่วนร่วม ทางประชาธิปไตย และเพิ่มอำนาจให้วิทยุชุมชนในท้องถิ่น มีการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ด้านทักษะ การจัดรายการ การสื่อสาร และการจัดการความขัดแย้ง สนับสนุนด้านกฎหมายการออกใบอนุญาต และลดข้อจำกัดด้านระเบียบเพิ่มการลงทุนด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์และการฝึกอบรมเพื่อใช้สื่อออนไลน์ และการถ่ายทอดสด ร่วมมือกับภาครัฐ มหาวิทยาลัย และเอกชนในการสนับสนุนงบประมาณและองค์ความรู้ เน้นการผลิตรายการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ผู้สูงอายุ วัฒนธรรม ศาสนา การศึกษา การเฝ้าระวังข่าวปลอม ซึ่งจะเห็นว่าบทบาทสำคัญของวิทยุชุมชนภาคเหนือ สามารถเป็นสื่อกลางของชุมชนที่สร้างความเข้าใจ ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา และวัฒนธรรมที่หลากหลายสร้างพื้นที่สาธารณะเพื่อการสื่อสาร ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สนับสนุนการแก้ไขปัญหาสังคมท้องถิ่น และส่งเสริมสันติภาพ ในพื้นที่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย ผศ.ดร.สุรวุฒน์ ช่อไม้ทอง คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายวิทยุชุมชนนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญคือ เพื่อ ยกระดับมาตรฐานการทำงานของวิทยุชุมชนให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ด้วยการสร้างมาตรฐาน ทางจริยธรรมของเครือข่ายกลุ่มของวิทยุชุมชนในการกำกับดูแลกันเอง โดยตัวมาตรฐานทา งจริยธรรมที่จัดทำขึ้น จะเป็นตัวที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของวิทยุชุมชนกับวิทยุทดลองประกอบ กิจการทำให้วิทยุชุมเกิดความน่าเชื่อถือจากสังคมภายนอก และเป็นการสร้างเครือข่าย วิทยุชุมชนในการฝึกการกำกับดูแลกันเอง ให้ข้อมูลข่าวสารที่สื่อสารมีประโยชน์กับประชาชนในชุมชน อย่างแท้จริง รวมทั้งการทำให้เครือข่ายวิทยุชุมชนสามารถวิเคราะห์สื่อต่าง ๆ ให้เกิดความรู้เท่าทัน เพราะสถานีวิทยุชุมชน มีหน้าที่ในการกระจายข่าวสารสู่ชุมชนและสังคม หากนักจัดรายการวิทยุชุมชน ไม่สามารถวิเคราะห์และรู้เท่าทันถึงข้อมูลหรือข่าวสารที่รับมาได้ เมื่อสื่อสารออกไปก็จะทำให้ชุมชน หรือผู้รับสารรับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องไปได้ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา
ส่วน ดร.เนตรดาว ยั่งยุบล หัวหน้าศูนย์นวัตกรรมทางสังคมเพื่อการบริหารและพัฒนาท้องถิ่นที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตานี กล่าวว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพ ของสถานีวิทยุชุมชนในการจัดการระบบนิเวศการสื่อสารที่สร้างสรรค์ และพัฒนานักจัดรายการ ผู้สื่อข่าวชุมชนรุ่นใหม่ เพื่อนำความคิด ประเด็นข้อมูลจากพื้นที่มาผลิตสื่อ ที่เป็นข่าวสาร ที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ทั้งเพื่อให้เกิดพื้นที่ต้นแบบในการผลิตสื่ออย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ และเกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังชุมชนต่าง ๆอย่างทั่วถึง การพัฒนาแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละภูมิภาค การขับเคลื่อนและการทำงานเพื่อพัฒนาศักยภาพวิทยุชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาการสื่อสารประเด็นทางสังคมต่างๆไม่ว่าจะเป็นประเด็นเด็ก เยาวชน สุขภาพ ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม ผู้หญิง คนพิการ ผู้สูงอายุ อาชีพ เศรษฐกิจ ชุมชน ท่องเที่ยว ชุมชน ศาสนา ชาติพันธุ์ เกษตร เพื่อเป็นช่องทางบรรเทาทุกข์ของประชาชน รับข้อร้องเรียนบรรเทาสาธารณภัย และการรับแจ้งอุบัติเหตุ บนท้องถนน
โดยมีกลไกที่สำคัญ 3 กลไก ประกอบด้วย กลในการปกป้องและป้องกัน กลไกในการเฝ้าระวัง กลไกในการคุ้มครองเพื่อสร้างสรรค์สื่อ การขับเคลื่อนโครงการเพื่อสร้างเครือข่ายสื่อวิทยุชุมชนในภูมิภาค รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสื่อวิทยุชุมชน การพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ระดับพื้นที่ และการพัฒนานวัตกรรมสื่อวิทยุชุมชน โดยมีเป้าหมายร่วมกันเพื่อเสนอนโยบายสื่อกฎหมายและกฎระเบียบจนเกิด “วาระสื่อ” ในระดับภาคและระดับประเทศต่อไป






