อย่าให้มีครั้งที่ 2 !! เตือนไม่ฟัง ทหารกัมพูชาแอบย่องขึ้นเนินในเขตไทยซ้ำซาก ทัพภาคสองเข้าเจรจากลับถูกยิงใส่ก่อน เลยจัดโต้คืนปะทะราว 10 นาที ด้านโฆษกทัพบกยันยังไม่มีรายงานความสูญเสีย รมว.กลาโหมเหมือนเคยๆ ออกแนวขอเคลียร์เน้นรักษาสันติภาพ หวั่นเหตุเข้าใจผิด
จากสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี หลังเกิดเหตุทหารไทยปะทะทหารกัมพูชา มีการใช้อาวุธเบา (ปืนยาว) ตอบโต้กันราว 10 นาที พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่าได้รับรายงานจากกองกำลังสุรนารีเกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 เวลา 05.30 น. โดยหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี ได้รับการรายงานว่ามีทหารกัมพูชาเข้ามาวางกำลังในพื้นที่อ้างสิทธิ์ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลง ฝ่ายไทยจึงจัดชุดประสานงานเพื่อเข้าพูดคุยเจรจาตามแนวทางการปฏิบัติที่เคยกระทำมา เมื่อถึงบริเวณดังกล่าว กำลังส่วนระวังเหตุของทหารกัมพูชาได้เข้าใจผิดและเริ่มใช้อาวุธ ฝ่ายไทยจึงใช้อาวุธตอบโต้กลับไป โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที

ต่อมาเวลา 05.55 น. พลตรี ทล โซะวัน รองผู้บัญชาการกองพลสนับสนุนที่ 3 ฝ่ายกัมพูชา ได้โทรศัพท์ประสานงานกับพันเอก บุญเสริม บุญบำรุง รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายยุติ โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงหยุดยิงและตรึงกำลังบริเวณจุดปะทะโดยกองทัพบกขอยืนยันว่า กำลังพลฝ่ายไทยปลอดภัย ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ล่าสุด พล.ท. บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยความคืบหน้าเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาบริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะที่กำลังพลของกองกำลังสุรนารีลาดตระเวนและพบว่าทหารกัมพูชาได้ขุดคูเลตในพื้นที่ที่ยังเป็นข้ออ้างสิทธิ คล้ายกับกรณีเนิน 745 ช่องบก โดยก่อนเกิดการปะทะ ทหารไทยได้เข้าไปเจรจา แต่กลับถูกทหารกัมพูชายิงสวนออกมา จึงทำให้เกิดการปะทะขึ้น โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าทหารไทยปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยตามแผนที่ 1:50,000 และจะออกลาดตระเวนในพื้นที่ทับซ้อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายล้ำเข้ามา พร้อมเน้นย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดตาม MOU 2543 (บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก พ.ศ. 2543)











