เอาแน่!!นายกฯ เตรียมดำเนินคดี ธุรกิจต่างด้าว -ฮั้วประมูล หลังตรวจสอบเอกสารพบผิดชัดเจนในการประชุมความคืบหน้ากรณีตึกสตง.ถล่ม พร้อมจี้ทุกหน่วยงานเร่งสรุปเอกสารที่เหลือเพื่อให้เกิดความโปร่งใสเชื่อมั่น
นส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าผลสอบสวนกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง.ที่ถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงเรื่องนี้ผ่านเพจ Ing Shinawatra ทางเฟสบุ๊คโดยระบุเนื้อหาดังนี้ “เรื่องตึก สตง. ยังเป็นวาระใหญ่ของคนไทยตอนนี้ค่ะ ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะทำงานอย่างไม่ปล่อยมือเช่นกัน ถึงแม้ดิฉันได้ให้เวลาสอบสวนอีก 90 วัน เพื่อให้ 4 สถาบัน และ กรมโยธาฯ ได้ทำโมเดล ซึ่งเป็นหนึ่งในกระบวนการสอบสวนเท่านั้น

แต่ในระหว่างที่กระบวนการสืบสวนดำเนินไป ดิฉันได้เชิญทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ DSI เข้ามารายงานความคืบหน้า โดยเฉพาะหลักฐานที่แต่ละส่วนได้รวบรวมไว้ เพื่อเร่งดำเนินการให้คดีนี้มีความคืบหน้าในการหาผู้กระทำความผิด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ – เป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบสาเหตุที่ตึกถล่ม ซึ่งเป็นความประมาททางอาญา เพื่อหาผู้ที่ต้องรับผิดชอบ โดยการตรวจสอบตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง เอกสาร/สัญญา การแก้ไขแบบงานโครงสร้าง กระบวนการตรวจรับงาน วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ และอื่นๆ
DSI – เป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบ 3 เรื่องหลักๆ คือ การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว , การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (การฮั้วประมูล) และ การควบคุมมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้มีเอกสารที่ค่อนข้างชัดเจน คาดว่าน่าจะมีการดำเนินคดีได้ภายในเร็วๆ นี้ ดิฉันได้ขอให้หน่วยงานรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะจากทาง สตง. ,กรมโยธาฯ กรมอุตุฯ และหน่วยงานอื่นๆ เร่งรัดการส่งเอกสารที่ยังขาดอยู่ เข้ามาให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบโดยเร็ว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่จากกรมโยธาฯ ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจรับงาน การตรวจแบบก่อสร้างของอาคารสตง. ขอให้แยกออกจากกระบวนการสืบสวนหาข้อเท็จจริงด้วย เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

สำคัญที่สุดค่ะ คือการพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล ดิฉันขอให้ทุกฝ่ายดำเนินการด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ โดยขอให้รายงานข้อมูลกลับไปยังครอบครัว และดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทุกครอบครัวที่สูญเสีย มา ณ ที่นี้อีกครั้งค่ะ
ดิฉันอยากให้พี่น้องประชาชนมั่นใจค่ะว่า เรื่องนี้จะไม่มีการปล่อยมือ ไม่มีการปกปิดใดๆ ทุกหลักฐานจะถูกพิจารณาอย่างละเอียด และนำไปใช้ดำเนินคดีอย่างยุติธรรมโปร่งใสแน่นอนค่ะ”









