ธปท.ขยับหวังปรับหนี้ครัวเรือนไทยให้ลดลงหลังพบพุ่งสูงกว่า 90.7% ต่อ จีดีพี

จับตาสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยพุ่งกว่า 90.7 %ต่อจีดีพี ธปท.เร่งออก 3 มาตรการหวังลดลงให้เหลือแค่ 80% ให้ได้ 

Advertisement

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์หนี้ครัวเรือน โดยระบุว่า ปัจจุบันหนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ที่ระดับ 90.7% ต่อจีดีพี ซึ่ง ธปท. มีเป้าหมายคือ ทำให้หนี้ครัวเรือนปรับลดลงมาอยู่ที่ 80% ต่อจีดีพี ให้ได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาต้องบอกว่าโชคไม่ดีที่เกิดวิกฤติต่างๆ รวมถึงสถานการณ์โควิดที่ไม่เอื้อให้หนี้ครัวเรือนลดลง ดังนั้น เป้าหมายที่ผ่านมาจึงช่วยเป็นเป้าหมายใหญ่และในวงกว้าง เพื่อทำให้สามารถแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ถูกจุด และแก้ในระยะยาว รวมทั้งทำให้หนี้ครัวเรือนลดลงมาถึงเป้า 80% ต่อจีดีพี ธปท.ได้ออกนโยบายที่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ ได้แก่ 1.เรื่องการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (responsible lending) ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ คือ การให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ และต้องคำนึงถึงเรื่องหนี้ครัวเรือนเป็นตัวตั้ง โดยเรื่อง responsible lending จะมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2567

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

2.เรื่องการแก้ปัญหาหนี้เรื้อรัง ซึ่งเป็นหนี้ที่จ่ายแต่ดอกเบี้ย ไม่เคยตัดต้นเลย จึงไม่สามารถปิดจบหนี้ได้ โดยกลุ่มคนที่เป็นหนี้เรื้อรังมีค่อนข้างมาก ทั้งนี้ การแก้หนี้เรื้อรังจะเริ่มจากสินเชื่อส่วนบุคคลก่อน โดยให้ลูกหนี้ที่ต้องการปิดจบหนี้เข้ามาหาสถาบันการเงิน และหาวิธีที่จะปิดจบหนี้ได้ภายใน 5 ปี และให้คิดดอกเบี้ยที่ 15% ซึ่งมาตรการแก้หนี้เรื้อรังจะเริ่มตั้งแต่เดือน เมษายน 2567

3.อีกเรื่องที่จะออกมา คือ เรื่องกลไกการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงสำหรับสินเชื่อรายย่อย Risk-Based Pricing (RBP) ซึ่งตอนนี้จะเห็นได้ว่ามีสินเชื่อที่กำหนดเพดานเอาไว้ เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล โดยสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะปล่อยสินเชื่อตามเพดานที่กำหนด แต่การกำหนดเพดานดังกล่าว บางทีเป็นดาบ 2 คม คือ ทำให้มีลูกหนี้บางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้

ดังนั้น การทำเรื่อง risk-based pricing จะให้ลูกหนี้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ตามความเสี่ยง และก็หวังว่ากลุ่มที่ได้อัตราดอกเบี้ยชนเพดาน จะได้ดอกเบี้ยลดลงด้วย”