ฝีดาษลิงตายแล้ว 5 ติดเชื้อหมื่นกว่าราย WHO ยอมรับเป็นภาวะฉุกเฉิน ไทยประกาศพบรายแรก!!

ฝีดาษลิงแรงแล้ว!! สาเหตุสำคัญของการแพร่ระบาดมาจากเพศสัมพันธ์กับชาย ล่าสุดองค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉิน หลังพบระบาดหนักทั่วโลกติดเชื้อนับหมื่นราย ตายแล้ว 5 แถมยังพบในเด็กด้วย กรมควบคุมโรคยันไทยพบรายแรกแล้วเป็นหนุ่มไนจีเรียวัย 27 ทีกำลังหลบหนี

Advertisement

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคฝีดาษลิง (Monkeypox) ที่แพร่กระจายไปในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงล่าสุดกับกระแสข่าวการหลบหนีของผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ทำให้หลายฝ่ายเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคดังกล่าว โดยเฉพาะในระดับนานาชาติ ซึ่งล่าสุด ดร.เท็ดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส (Dr.Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ออกมาเปิดเผยหลังหารือกับคณะกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง โดยประกาศให้โรคดังกล่าว เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) ซึ่งแม้คณะกรรมาธิการไม่สามารถมีฉันทามติว่าจะประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศหรือไม่ แต่จากการพิจารณาเงื่อนไขทั้งหมด พบการแพร่ระบาดที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ผ่านการแพร่ระบาดแบบใหม่ที่ยังเข้าใจน้อยมากซึ่งเข้าเงื่อนไขการกำกับดูแลสาธารณสุขระดับนานาชาติ ด้วยเหตุผลทั้งหมด จึงมีการตัดสินใจให้การแพร่ระบาดของฝีดาษลิงนั้นเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

ดร.เท็ดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส (Dr.Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก

และให้คำแนะนำสำหรับประเทศที่พบผู้ติดเชื้อเข้าสู่ประเทศว่าให้มีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาดและป้องกันกลุ่มเสี่ยง มีส่วนร่วมและปกป้องชุมชนที่ได้รับผลกระทบ เพิ่มการเฝ้าระวังและมาตรการด้านสาธารณสุข เพิ่มความเข้มงวดในการบริหารจัดการในทางคลินิก ป้องกันการและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลและคลินิกต่างๆ เพิ่มการวิจัยเพื่อการใช้วัคซีนการรักษาและเครื่องมืออื่นๆเป็นต้น

สำหรับสาเหตุของการการแพร่ระบาดนั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย โดยเฉพาะคนที่มีคู่นอนหลายคน ดังนั้นจึงจำเป็นที่ทุกประเทศต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย ในการให้บริการและข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ และออกมาตรการที่ปกป้องทั้งสุขภาพ สิทธิมนุษยชนและเกียรติของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ

การประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ จะทำให้องค์การอนามัยโลกสามารถระดมทุนเพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงได้มากขึ้น และทำให้เกิดความร่วมมือระดับนานาชาติในการรักษา แบ่งปันวัคซีน เช่นเดียวกับการออกมาตรการด้านการค้าและการเดินทางโดยเฉพาะการคัดกรองผู้ติดเชื้อที่สนามบินได้

สำหรับโรคฝีดาษลิงแล้ว องค์การอนามัยโลกเคยประกาศประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงโรคโปลิโอ ที่ยังคงมีผลจนถึงทุกวันนี้

นอกจากนี้ยังเคยประกาศภาวะฉุกเฉินระดับเดียวกันนี้กับไข้หวัดใหญ่ H1N1 เมื่อปี 2552, การระบาดของอีโลบาในแอฟริกาตะวันตกในปี 2557-2559, ไวรัสซิกาในปี 2559 รวมถึงโรคอีโบลาในคองโก เมื่อปี 2562 ด้วย ก่อนที่จะลดระดับในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขเริ่มกดดันให้องค์การอนามัยโลก และรัฐบาลชาติต่างๆออกมาตรการต่างๆเพิ่มขึ้นเพื่อจัดการกับการแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง ที่ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อแล้วมากกว่า 16,000 รายและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 รายจาก 75 ประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลกทั่วโลก ขณะที่สหรัฐอเมริกาก็เพิ่งมีรายงานพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงในเด็ก 2 รายแรกด้วย

ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทย หลังมีกระแสข่าวการหลบหนีของชายชาวไนจีเรีย ออกจากโรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต ล่าสุดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า “ได้สั่งการกำชับให้มีการเร่งติดตามตัว พร้อมเอาผิดตามพรบ.ควบคุมโรคติดต่อ อย่างเร่งด่วน โดยผู้ติดเชื้อรายนี้ได้เดินทางออกจากภูเก็ตแล้ว จากสัญญาณโทรศัพท์มือถือพบว่าล่าสุดอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว ดังนั้นอาจหลบออกทางชายแดนแล้วหรือไม่ก็ไม่ทราบ โดยเรื่องนี้จะต้องแจ้งให้ประเทศเพื่อนบ้านทราบ

น.พ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (ภาพจากแฟ้ม)

ขณะที่น.พ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงรายแรกในไทย ที่พบในนักที่ท่องชาวไนจีเรียที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไนจีเรีย อายุ 27 ปี มีประวัติไปพบแพทย์ด้วยอาการต้องสงสัยที่เข้าได้กับโรคฝีดาษลิง โดยมีตุ่มขึ้นที่ใบหน้า ลำตัว แขน ขา และอวัยวะเพศ โดยกรมควบคุมโรคได้ยืนยันการติดเชื้อรายแรกของประเทศไทยหลังจากส่งตัวอย่างหนองและสิ่งส่งตรวจต่าง ๆ ของผู้ป่วยไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยมีผลตรวจตรงกันว่าเป็นบวก