โควิด-19 แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ “หญิงหน่อย”โพสต์ไทยทะยานเบอร์ 1- 2 ของโลกผู้ติดเชื้อ-ตาย ย้ำ 5 มาตรการตามพรรคไทยสร้างไทยเสนอ เร่งตรวจเชิงรุก เพิ่มสถานที่ที่รองรับผู้ติดเชื้อ ใช้ยา “ฟาวิพิราเวีย” เพื่อให้หายรวดเร็ว สุดท้าย วอนปรับแผนวัคซีนทละลวงอุปสรรคจากระบบราชการเลิกรวมศูนย์อำนาจ
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ผ่านเพจ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphanโดยมีข้อความระบุว่า “วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ และเสียชีวิตสูงเป็นลำดับต้นๆของโลก ที่ 14,150 ราย และมีผู้เสียชีวิตที่ 118 ราย (จากข้อมูล ณ.ช่วงเวลา 13:14 น. ของ https://www.worldometers.info)

ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ของไทยเราวิกฤตหนักมากแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ในขณะที่ประเทศอื่นทั่วโลกอยู่ขาลงของโควิด แต่ประเทศไทยกำลังทะยานขึ้นอย่างน่ากลัว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรี ต้องตระหนักถึงความทุกข์ยากอย่างแสนสาหัสของประชาชน ที่เกิดจากความล้มเหลวในการบริหารจัดการโควิดของรัฐบาล จนทำให้ระบบสาธารณสุขของไทยที่ถือว่าดีติดอันดับโลก ต้องล่มสลาย หมอ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องทำงานหนักจนแทบจะไม่ไหวแล้วต้องเร่งปรับการทำงาน แก้ไขปัญหาตามที่พรรคไทยสร้างไทยได้เสนอพิมพ์เขียวไปแล้ว โดย
- ต้องควบคุมการระบาดให้ได้เร็วที่สุดโดยเพิ่มการตรวจเชิงรุก ด้วย Rapid antigen test ในพื้นที่ระบาดหนักสีแดงเข้ม และเมื่อผลตรวจเป็นบวก ต้องรับเข้าระบบดูแลทันที ไม่ต้องไปรอตรวจ PCR เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน โดยฝึกอาสาสมัครภาคประชาชนให้เป็นผู้ช่วยตรวจในทุกชุมชน

- ต้องเร่งเพิ่ม Community Isolations โดยใช้โรงเรียน หรือวัดที่อยู่ใกล้ชุมชนและเร่งเพิ่มโรงพยาบาลสนาม (เตียงเขียว) โดยใช้สถานที่ราชการ ที่มีอาคารพร้อม เช่น ค่ายทหาร หรือเช่าโรงแรมที่ว่าง ทำให้เพียงพอรับรองผู้ติดเชื้อ

- เร่งให้ “ยาฟาวิพิราเวีย” กับผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการ ตั้งแต่อยู่ในชั้น “เตียงเขียว” เพื่อให้หายป่วยกลับบ้านได้ ไม่ต้องรอให้อาการหนักจนต้องส่งต่อโรงพยาบาล เพื่อลดการป่วยหนักการเสียชีวิต และแก้ไขปัญหาเตียงไม่พอ
- ปรับแผนการบริหารจัดการวัคซีนใหม่ เร่งสั่ง mRNA มาเป็นวัคซีนหลักคู่กับ AstraZeneca โดยต้องสั่ง mRNA เพิ่มให้ได้อย่างน้อยเดือนละ 10 ล้านโดส ไม่ใช่สั่งแค่ 20 ล้าน อย่างที่ทำอยู่ ซึ่งจำนวน 10 ล้านโดสสามารถจัดหาได้ ถ้านายกใส่ใจและทุ่มเทสรรพกำลังในการเจรจา

- ถึงเวลาทะลุทะลวงคอขวดของระบบราชการทั้งหมด
– ยกเลิกการผูกขาดวัคซีน และยาของหน่วยงานรัฐ
– ยกเลิกระเบียบขั้นตอนที่ออกกันมามากมาย จนเป็นอุปสรรคต่อผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเร่งดูแลผู้ป่วย โดยเฉพาะระเบียบการจ่ายเงิน
– ที่สำคัญคือต้อง “เลิกการรวมศูนย์อำนาจ” ไว้ที่นายกคนเดียว และต้องยกเลิกศูนย์ต่างๆ ที่ตั้งกันมามากมาย ซึ่งผิดหลักการบริหารในยามวิกฤติ ที่ต้องมีระบบสั่งการที่แม่นยำ และต้องสั้นที่สุด
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”









