6 ส.ส.พปชร.วอนผู้ใหญ่ในพรรคหันหน้าคุยกันยุติความขัดแย้ง

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ศึกภายในพรรคพลังประชารัฐ ยังคงรอวันปะทุหลังมีความขัดแย้งเกิดขึ้นภายในพรรคจากกรณีการลาออกของกรรมการบริหารพรรคเพื่อต้องการความเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งหัวหน้าพรรคและรวมถึงการปรับตำแหน่งรัฐมนตรีในอนาคต

Advertisement

 

ล่าสุด ส.ส.6 คนของพรรคพลังประชารัฐ นำโดย ‘วทันยา วงษ์โอภาสี’ ประกาศจุดยืนว่า ขอให้ทุกคนยุติความขัดแย้ง หันมาทำงานเพื่อประชาชน ขอให้ผู้ใหญ่ในพรรคหันหน้าพูดคุยกัน

 

โดย นางสาว วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.พลังประชารัฐ เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ย่านบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ถึงความขัดแย้งในพรรค พร้อมประกาศจุดยืนว่า ไม่เอาความขัดแย้ง ขอให้ผู้ใหญ่ในพรรคที่มีปัญหากันอยู่หาทางออกร่วมกัน เพื่อเดินหน้าประเทศและช่วยเหลือประชาชน

 

นางวทันยา กล่าวต่อว่า กลุ่ม 6 ส.ส. ประกอบด้วย นางสาววทันยา และส.ส.กทม. อีก 5 คน คือ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา นางสาว ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ นางสาว ภาดาท์ วรกานนท์ นางสาว ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ และนาย ศิริพงษ์ รัสมี ไม่ได้ตั้งขึ้นมาต่อรองผลประโยชน์ แต่เป็นกลุ่มบุคคลที่มีแนวคิดและความเห็นทางการเมืองตรงกัน ส่วนการจัดประชุมพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 45 วันนั้น เป็นเรื่องของผู้บริหาร แต่ไม่อาจให้ความเห็นว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เหมาะสมเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ แต่ยอมรับว่า ท่านมีความเมตตาและการเลือกขึ้นอยู่กับสมาชิกภายในพรรค

 

ด้านนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการหัวหน้าพรรค กล่าวว่า การเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่จะดำเนินการภายในกรอบเวลาไม่เกิน 45 วัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนด ยืนยันไม่ใช่การยื้อเวลา

 

สำหรับความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐที่เกิดขึ้นนี้ มีรายงานข่าวว่าบางกลุ่ม ต้องการให้ พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค แทนนายอุตตม และยังหวังว่า เมื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว จะทำให้เกิดการปรับคณะรัฐมนตรีตามมา

 

ด้าน นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า กล่าวถึงปรากฏการณ์แย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคภายในพรรคพลังประชารัฐว่า เป็นผลพวงของรัฐธรรมนูญปี 60 ที่สร้างให้เกิดระบบการเมือง รวมถึงการต่อรองผลประโยชน์ และปัญหาต่าง ๆ พร้อมเปรียบเทียบว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นระเบิดเวลา ถ้าไม่รีบถอดสลัก อาจทำให้เกิดปัญหาเหมือนเหตุการณ์ พฤษภาปี 35 ได้

 

นายปิยบุตร ในฐานะ กรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวต่อว่า จะขอขยายกรอบเวลาการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ หลังเกิดความล่าช้าเนื่องจากติดสถานการณ์โควิด-19 พร้อมเตรียมรวบรวมความคิดเห็นเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้ และสร้างฉันทามติร่วมกันในการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป