หวั่นแห่ซื้อหวั่นเป็นแหล่งระบาดโควิด “ศรีสุวรรณ จรรยา” เล็งร้องกกต.ยุบพรรคพลังประชารัฐ โทษฐานเปิดที่ทำการพรรคขายไข่แสนฟอง
กลายเป็นวิบากกรรมของพรรคพลังประชารัฐ หลังเปิดขายไข่แสนฟอง ซึ่งก่อนหน้านี้ นายวีระกร คำประกอบ ส.ส. จ.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เตรียมนำไข่ไก่มาจำหน่ายในราคาถูก บริเวณหน้าที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ อาคารปานศรี ถ.รัชดาภิเษก โดยจะเริ่มจะจำหน่ายในวันอาทิตย์ที่ 29 มี.ค.63 ตั้งแต่เวลา 8.00 น. โดยจำหน่ายวันละ 100,000 ฟอง จำกัดการซื้อไม่เกินคนละ 10 แพ็ค (1 แพ็ค มี 30 ฟอง) ซึ่งไข่ที่จะนำมาจำหน่ายเป็นไข่ไก่ขนาดเบอร์ 3 จำหน่ายในราคาฟองละ 3 บาท

ล่าสุด นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ ส.ส. นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ จะเปิดพื้นที่หน้าที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ ถนนรัชดาภิเษก เพื่อจำหน่ายไข่ไก่สด เบอร์ 3 ราคาฟองละ 3 บ.ให้กับประชาชน หลังจากที่ได้ติดต่อกับบางฟาร์มใน จ.นครสวรรค์ นั้นการกระทำดังกล่าว อาจเป็นการฝ่าฝืน พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ประกอบ พรป.พรรคการเมือง 2560 เนื่องจากอาจจะทำให้ประชาชนแห่แหนกันไปซื้อไข่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 แม้จะมีมาตรการป้องกันแต่ก็เป็นการขัดต่อข้อกำหนด 16 ข้อของนายกรัฐมนตรีที่สั่งห้ามการชุมนุม ห้ามการเดินทางข้ามเขต ห้ามกักตุนสินค้า ฯลฯ

อีกทั้งพรรคพลังประชารัฐ มิได้จัดตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ ไม่มีใบอนุญาตให้จำหน่ายสินค้าและบริการได้ ซึ่งหากจะอ้างว่าเป็นการหารายได้เข้าพรรคตาม ม.62 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 ก็มิอาจอ้างได้ เพราะมิได้ขออนุญาตจาก กกต.เสียก่อน รวมทั้งการนำไข่ออกมาจำหน่ายเกินกว่าราคาควบคุมที่ 2.80 บ. เป็นการทำให้กลไกการตลาดของไข่เปลี่ยนแปลงไปจากการควบคุมของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศเสียหาย และก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเป็นการกระทำต้องห้ามตาม ม.44 และ ม.45 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 ซึ่งผู้ฝ่าฝืนอาจมีความผิดตาม ม.114 และ ม.115 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ ซึ่งส่งผลให้พรรคการเมืองดังกล่าวอาจถูก กกต.เสนอศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ยุบพรรค ตาม ม.92(3) ได้อีกด้วย

ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐจึงไม่มีหน้าที่จะนำไข่จากนครสวรรค์เดินทางมาตั้งโต๊ะจำหน่ายให้ประชาชนทำลายกลไกการตลาด ณ ด้านหน้าที่ทำการพรรคได้ หากฝ่าฝืนหรือต้องการทดสอบความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายเพราะถือว่าเป็นพรรคของรัฐบาล สมาคมฯก็จะขอพิสูจน์อำนาจของนายกรัฐมนตรีว่าจะเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องหรือพรรคการเมืองฝั่งตนหรือไม่ และในวันจันทร์ที่ 30 มี.ค.63 ไปเจอกันที่ กกต. ได้เลย









