เจ็บมาเยอะ.. นายกฯสมาคมลอจิสติกส์ไทยเสนอให้รัฐช่วยลอดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว –พิษโควิดระบาด ให้ภาคราชการหันมาเลือกใช้บริการขนส่งไทย หวังเพิ่มงานเพิ่มรายได้ พลังอ่วมหนัก ต้องเลิกจ้าง-ควักทุนมามาก พร้อมเสนอให้ก.พลังงานหามาตรการช่วยผู้ประกอบการ ทั้งลดต้นทุน-เพิ่มรายได้
จากผลกระทบที่เกิดขึ้นในภาคการขนส่งและลอจิสติกส์ไทยที่ผ่านมา ทั้งเรื่องของ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการขนส่งไทยได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก มีผลให้เกิดการเลิกจ้างงานในภาคขนส่ง นายชุมพล สายเชื้อ ายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA) กล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้น ว่า “สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นเรื่องใหญ่ๆ คงเป็นเรื่องงานที่น้อยลง ขาดรายได้ และการแบกรับต้นทุน ทั้งเรื่องค่าเช่า ค่าแรง ซึ่งยอมรับว่าเป็นภาวะที่ลำบาก โดยในธุรกิจก็ดร็อปไปจากเดิมราว 40% ซึ่งยังอยู่ในช่วงของงานเดิมที่ยังคงค้าง ส่วนงานใหม่นั้นยังไม่มีมา และเชื่อว่าในช่วงนี้ก็จะยังคงไม่มีงานเข้ามาอีกระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ขอวิงวอนให้ทางภาครัฐ เข้ามาช่วยเหลือในเรื่องสำคัญๆ สองเรื่อง คือเรื่องของการเพิ่มรายได้ และการลดค่าใช้จ่าย โดยเตรียมเสนอแนวทางให้ภาครัฐ ใช้มาตรการเลือกใช้บริษัทขนส่งของไทย โดยเฉพาะในงานของภาครัฐ เพราะเชื่อว่าเฉพาะงานในส่วนของภาครัฐ จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งและลอจิสต์ติกไทยมีงานมีรายได้มากยิ่งขึ้น
ขณะที่การลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุน ก็จะอยู่ในส่วนของค่าพลังงาน ค่าจีพีเอส ค่าประกันภัย ค่าต่อทะเบียนรถ และการเข้ามาช่วยซัพพอร์ตค่าแรงสำหรับผู้ใช้แรงงานที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจขนส่งและลอจิสติกส์ ซึ่งในช่วงเวลาที่ไม่มีงานเข้ามางผู้ประกอบการจะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายค่อนข้างหนัก
ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องนี้ได้หารือ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยภาครัฐได้ให้แนวทางผู้ประกอบการหันมาใช้น้ำมัน B10 ซึ่งรถบรรทุกส่วนใหญ่ก็หันมาใช้ B20 อยู่แล้ว ทั้งที่เป็นการสนองนโยบายภาครัฐ และประหยัดต้นทุน
ขณะที่ภาพการกลับมาเป็นปกติ กรณีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศจีน ที่สามารถควบคุมได้แล้ว (ตามกระแสข่าว) ตรงนี้ก็จะมีผลกระทบสำคัญต่อภาคธุรกิจลอจิสติกส์และขนส่งของไทย เนื่องจาก เมื่อจีนเริ่มสามารถคลี่คลายเรื่องนี้ได้แล้ว การนำเข้าส่งออกก็จะกลับคืนมา และเกรงว่าภาคธุรกิจขนส่งและลอจิสติกส์ไทยจะไม่สามารถตอบโจทย์การกลับมาของจีนได้ เพราะเป็นตลาดขนาดใหญ่ และอั้นกับเรื่องนี้มานาน ทำให้ปริมาณการขนส่งจะมีการก้าวกระโดดขึ้นจากเดิมในช่วงชะลอตัวลงไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ภาคธุรกิจขนส่งและลอจิสติกส์ไทยก็มีการลดคน ลดต้นทุนกันไปมาก ซึ่งการกลับมาของจีนอาจทำให้ธุรกิจลอจิสติกส์ไทยประสบปัญหาได้ในอนาคต”








