สส.เสียบบัตรแทนกันไม่เป็นสาระต่อร่างพรบงบปี 63 ศาลรธน.ชี้ขาดไม่โมฆะ เดินหน้าวาระ 2-3 ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย กรณีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของ ส.ส. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีการเสียบบัตรลงคะแนนแทน นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ส.ส.พัทลุง พรรคภูมิใจไทย น.ส.ภริม พูลเจริญ ส.ส.สุมทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ และ นายสมบูรณ์ ชารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ตามมาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่

ซึ่งเป็นการประชุมภายใน ไม่ได้ออกนั่งบัลลังก์ ผลปรากฏว่า ได้ลงมติ 5 ต่อ 4 ไม่โมฆะ และให้โหวตใหม่ในวาระ 2 – 3
ทั้งนี้ในส่วนจะทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ต้องตกไปทั้งฉบับหรือไม่นั้น ศาลเห็นดังนี้
คดีนี้ไม่มีประเด็นเกี่ยวกับข้อความอันเป็นสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด แต่มีปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการตราร่าง พ.ร.บ. เท่านั้น
ข้อเท็จจริงในทางคดีก็ปรากฏชัดว่าการพิจารณาออกเสียงของสภาในวาระ 1 รับหลักการ และการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ก่อนเสนอสภาพิจารณาวาระ 2 “ได้ดำเนินการโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญทุกประการ ถือได้ว่าเป็นขั้นตอนที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ก่อนแล้ว”
มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนที่ประเทศชาติจะต้องได้กฎหมายฉบับนี้ไปช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าและอุปสรรคในการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดิน
จึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 74 ให้สภาดำเนินการให้ต้องเฉพาะในวาระที่ 2 และ 3 จากนั้นให้เสนอร่างที่แก้ไขแล้วให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญต่อไป พร้อมให้สภารายงานผลการปฏิบัติตามบังคับต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 30 วันนับแต่ศาลมีคำวินิจฉัย
แม้ในเอกสารข่าวของศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุตัวเลขมติออกมา แต่สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันว่าเป็นมติ 5 ต่อ 4








