“ มิ่งขวัญ”ประกาศกร้าวขอบายศก.ใหม่ แต่จะซักฟอกรัฐบาลถึงที่สุด!

นายมิ่งขวัญแสงสุวรรณ์ส. ส. บัญชีรายชื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่แถลงถึงกรณีที่พรรคเศรษฐกิจใหม่มีมติถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในทำนองด่าสาดเสียเทเสียด้วยถ้อยคำที่ไม่สามารถเผยแพร่ได้ ที่ผ่านมาพรรคเศรษฐกิจใหม่ได้หาเสียงเลือกตั้งสั้นมาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น แต่ประชาชนครึ่งล้านเสียงให้คะแนนมาเพราะเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนพูด แต่ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้ทุกฝ่ายเป็นประชาธิปไตยแล้วยังนำมาซึ่งประชาธิปไตย 2 ฝั่งโดยไม่ตั้งใจ 1. ประชาธิปไตยที่มาจากพรรคของคสช. หรือพรรคพลังประชารัฐกับ 2. ประชาธิปไตยของอีกฝั่งเมื่อตนประกาศว่าจะไม่อยู่กับฝั่งคสช. ก็ต้องอยู่กับอีกฝั่งหนึ่งโดยตนมั่นใจว่าประชาชนจำนวนมากที่เลือกพรรคเศรษฐกิจใหม่ก็มาจากสาเหตุที่ตนประกาศไว้เป็นองค์ประกอบของการตัดสินใจด้วยจนกลายเป็น 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านแม้จะดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งก็มีข่าวมาว่าพรรคเศรษฐกิจใหม่ไปดีลผลประโยชน์กับใครหรือไม่ซึ่งตนได้ลงมาแถลงข่าวโดยถามคำถามนี้โดยเอาไมโครโฟนจ่อปากส. ส. ทุกคนต่อหน้าสื่อมวลชนมาแล้วพร้อมบอกว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าใครจะเป็นคนรักษาคำพูดหรือตระบัดสัตย์“

Advertisement

ในพรรคจะเป็นยังไงผมไม่เกี่ยวข้องแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเขาไม่รักษาคำพูดกับผมพฤติกรรมของส. ส. ในพรรคเศรษฐกิจใหม่เป็นเรื่องสำคัญและต้องแถลงข่าวให้ชัดเจนในการโหวตเรื่องที่สำคัญนั้น 7 พรรคฝ่ายค้านมีมติออกมาถ้าคุณยังเป็น 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านคุณก็ต้องทำตามนั้น แต่ปรากฏว่าส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่โหวตสวนพรรคร่วมฝ่ายค้านหมดเลยทั้งๆที่คุณไปประชุมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านมาแต่กลับโหวตสวนเขาหมดเลย เรื่องนี้ผมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าในที่ประชุม 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านหลังจากที่ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่โหวตสวนอย่างรุนแรงคุณภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านกับคุณมนพร เจริญศรี ส.ส.หญิงนครพนม พรรคเพื่อไทยได้ถามตรงๆแบบไม่ไว้หน้ากันเลยว่าตกลงคุณจะเอายังไงกันแน่ ถ้าทำแบบนี้คุณต้องกลับไปทบทวนจุดยืนให้ชัดเจนพูดง่ายๆ เขาเหมือนให้ออกไปจากห้องประชุมอย่ามานั่งสืบความลับซึ่งผมเห็นด้วยกับวิธีการนี้ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้นต้องชัดเจนผมอยู่พรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 ของประเทศมาตั้งแต่ พลังประชาชน เพื่อไทยผมเพิ่งเห็นพฤติกรรมเช่นนี้ นัดประชุมโดยไม่มีการแจ้งวาระการประชุมล่วงหน้าแม้ผมไม่ได้รับเชิญ แต่เขาไม่ยืนยันเป็นมติพรรคในการถอนตัว ผมจึงหวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะโดนด่า” นายมิ่งขวัญกล่าว

นายมิ่งขวัญ กล่าวอีกว่าวันนี้ประชาชนเคลือบแคลงใจแม้พรรคเศรษฐกิจใหม่มีส.ส.6 คน แต่วันนี้ต้องมีความชัดเจน 1. ในเมื่อพรรคเศรษฐกิจใหม่บอกว่ามีการประชุมกรรมการบริหารพรรคและมีมติไม่ร่วมพรรคร่วมฝ่ายค้าน รัฐธรรมนูญระบุว่าส.ส.ไม่จำเป็นต้องทำตามมติพรรค ดังนั้นตนขอยึดมั่นเอาคำพูดที่ได้หาเสียงตั้งแต่ต้นโดยยืนยันว่าจุดยืนของตนไม่เคยเปลี่ยนแปลงตนจะยังอยู่กับพรรคร่วมฝ่ายค้านแม้จะเป็นคนเดียว แต่ก็จะขอยืนอยู่ต่อไปและ 2. ในเมื่ออุดมการณ์ไปด้วยกันไม่ได้เพราะตระบัดสัตย์ในคำพูดที่หาเสียวไว้กับประชาชนดังนั้นตนจะไม่ขอร่วมอุดมการณ์นี้กับพรรคเศรษฐกิจใหม่ต่อไปเศรษฐกิจใหม่ไม่ใช่มิ่งขวัญอีกต่อไปขอประกาศแยกทางจากพรรคเศรษฐกิจใหม่อย่างเด็ดขาด พรคเศรษฐกิจใหม่จะคิดอย่างไรก็แล้วแต่ ตนขอรักษาจุดยืนและคำมั่นสัญญาต่อพี่น้องประชาชนเพราะประชาชนครึ่งล้านคนเลือกตนมาตนจะยืนอยู่แบบนี้โดยไม่ร่วมอุดมการณ์นี้และไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ และตนหวังว่าการแถลงครั้งนี้จะชัดเจนและเด็ดขาดและไม่ต้องถามกันอีกว่าจุดยืนตนอยู่ตรงไหนเพราะตนจะรักษาคำมั่นและคำพูดของตน ส่วนคนอื่นผมไปบังคับไม่ได้ให้ไปใช้วิจารณญาณพิจารณากันเอง

ตอบคำถามที่ว่าจะมีการย้ายพรรคการเมืองออกจากพรรคเศรษฐกิจใหม่หรือไม่นั้น นายมิ่งขวัญ กล่าวว่าในความเห็นที่ประชาชนเข้ามาแสดงความเห็นบางคนมาบอกให้ลาออกบางคนไม่ให้ลาออกเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ส.ส. มีเอกสิทธิ์ไม่ต้องทำตามมติพรรคอย่างไรก็ตามส่วนตัวยังจะดำเนินกิจกรรมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไปโดยน เฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมตนกัดลิ้นตัวเองไม่ให้อภิปรายทั้งการแถลงนโยบายของรัฐบาลการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2563 แต่ตนได้พูดกับนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านว่าตนไม่เคยพูดแต่ขอจองเวลาแบบทดเวลาบาดเจ็บแบบนักกีฬาไว้พูดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยขอเวลาเป็น 2 ช่วงช่วงละ 2 ชั่วโมงเป็น 4 ชั่วโมงเพราะเห็นว่าประเทศไทยมีเรื่องที่ต้องอภิปรายจำนวนมาก แต่ไม่แน่ใจว่าจะได้เวลาอภิปรายขนาดนั้นหรือไม่

เมื่อถามว่าได้ประกาศแยกทางเด็ดขาดแต่กลับไม่ลาออกจากพรรคนายมิ่งขวัญกล่าวว่าถ้าลาออกวันนี้ตนก็ไม่มีสิทธิอภิปรายไม่ไว้วางใจแม้แต่การแถลงข่าวที่รัฐสภาก็ไม่มีสิทธิเพราะต้องส.ส.เท่านั้นคนจำนวนครึ่งล้านเลือกเข้ามาถ้าตนลาออก คนครึ่งล้านจะคิดอย่างไรแม้ตนไม่ได้ยึดติดกับการเป็นรัฐบาลทั้งๆที่ตนถูกเชิญจากหลายรัฐบาลให้เป็นรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแต่ตนไม่รับเองเพราะไม่ได้ยึดติดการเป็นฝ่ายค้านก็ตรวจสอบได้ ส่วนเรื่องลาออกวันไหนก็ได้แต่ตนคิดว่าถ้าตนยังได้ทำประโยชน์ให้กับประชาชนมีวิธีเดียวที่ตนจะออกได้หรือถ้าอยากให้ตนออกก็ให้พรรคเศรษฐกิจใหม่มีมติขับตนออกจากพรรคได้เลยข้อหาตนขัดมติพรรคและคงไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นๆที่มีอุดมการณ์เหมือนกันถ้าไม่ขับออกก็อยู่กันไปอย่างนี้ตามจุดยืนของตนการลาออกง่ายนิดเดียวแค่เขียนเอกสารก็ลาออกได้แล้วแต่ตนจะไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคที่ไม่ได้รักษาคำพูดที่ให้ไว้สิ้นสุดอายุสภานี้วันไหนก็จะขอไปอยู่ที่อื่น

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรในเมื่อคะแนนของพรรคเศรษฐกิจใหม่มาจากการหาเสียงของคุณมิ่งขวัญแต่กลับถูกลอยแพ นายมิ่งขวัญกล่าวว่าภาษากายที่ออกมานั้นมันกลืนไม่เข้าคายไม่ออกทั้งนี้ถ้าพรรคเศรษฐกิจใหม่มาแถลงชี้แจงและมีข้อมูลไม่ถูกต้องส่วนตัวจะไม่ทนนิ่งอีกต่อไปแต่โต้ตอบอย่างไรก็ตามตนตอบแทนส. ส. พรรคเศรษฐกิจใหม่ไม่ได้ว่าเขาจะไปร่วมรัฐบาลหรือจะเป็นฝ่ายค้านอิสระเพราะรู้เพียงแค่ว่าเขามีมติถอนตัวจากเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านเท่านั้นตนไม่หลวมตัวตอบหรอกว่าอะไรคือแรงจูงใจขออภัยจริงๆมีผู้สื่อข่าวตระโกนมาว่ากล้วยตนไม่ได้พูดเองนะเพราะไม่รู้จริงๆอย่าว่าแต่พวกคุณสงสัยเลยตนเองก็สงสัยเหมือนกันว่าอะไรมันทำให้คนเราเปลี่ยนจากหน้าเป็นหลังมือเหมือนกันครับถ้าเขามาแถลงข่าวก็รบกวนสื่อมวลชนถามให้ชัดๆด้วยก็แล้วกัน