ซินนี้ฮวดไช้ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ แปลว่า ปีใหม่นี้ขอให้โชคดีมั่งคั่งร่ำรวย คิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังสมปรารถนา มีแต่ความสุขมั่งคั่ง โชคดีร่ำรวยตลอดปี..เป็นคำอวยพรที่มีความหมายดีๆในช่วงวันตรุษจีน หรือวันปีใหม่จีนนั่นเอง และเนื่องในวโรกาศดีๆเช่นนี้สยามบิสซิเนสนิวส์ก็ขออวยพรคุณผู้อ่านเช่นกัน

เทศกาลตรุษจีน หรือวันขึ้นปีใหม่ของจีน นับว่าเป็นเทศกาลที่สำคัญมากเทศกาลหนึ่งของคนจีนทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ชาวไทยเชื้อสายจีน และสำหรับตรุษจีนปีนี้ตามปฏิทินจีนตรงกับวันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 ซึ่งตามปกติแล้วในช่วงนี้ตามร้านรวงต่างๆ หรือบริษัทที่มีเถ้าแก่เป็นคนจีน จะหยุดให้ลูกจ้างได้พักผ่อนกันหลายวัน เหมือนเทศกาลสงกรานต์ของคนไทย แต่ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้คงยากหน่อย!!..ในเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองนี้ทุกๆ ครอบครัวก็จะทำความสะอาดบ้านเรือน เพื่อให้เป็นการก้าวผ่านปีใหม่ไปได้อย่างสะอาด สดใส ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆมาใส่ รวมไปถึงของขวัญ และบัตรอวยพรให้กับญาติสนิทมิตรสหาย ในโอกาสมงคลนี้ ในตลาดก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาซื้อของไหว้ตรุษจีน ซื้อปลาบ้าง ซื้อเนื้อสัตว์บ้าง ซื้อเป็ดไก่บ้าง ซึ่งทุกคนต่างก็ดูแจ่มใส เต็มไปด้วยความสุข บรรยากาศแบบนี้เราจะเห็นได้ที่เยาวราช หรือชุมชนชาวจีนต่างๆ
ในคืนวันส่งท้ายปีจะเป็นช่วงเวลาที่คึกครื้นที่สุด ผู้คนที่ไปทำงานต่างถิ่นจะกลับมาบ้านเกิดเพื่อร่วมเฉลิมฉลองกับคนในครอบครัว ในคืนก่อนตรุษจีน ทุกคนในครอบครัวจะมานั่งรวมกันอย่างพร้อมหน้าล้อมวงกินข้าวร่วมกันด้วยความเบิกบานเฉลิมฉลอง และอวยพรปีใหม่กัน เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ สำหรับชาวจีนที่อยู่ทางตอนเหนือ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคือจะนิยมทำเกี๊ยว (เจี้ยวจึ) ส่วนชาวจีนที่อยู่ทางตอนใต้ ก็จะปั้นลูกอี๋และทำน้ำเชื่อม ทำไป ชิมไป ทานไปอย่างสนุกครึกครื้น และเมื่อแสงแรกของเช้าวันปีใหม่สาดส่องลงมา ทุกคนจะตื่นกันแต่เช้าเพื่อออกไปเยี่ยมบ้านเพื่อนฝูง และอวยพรปีใหม่ซึ่งกันและกัน
จริงๆแล้วเทศกาลตรุษจีน หรือวันปีใหม่ของจีนก็ไม่ได้ต่างไปจากของฝรั่งมากนัก คือมีความเป็นมาที่ยาวนาน ตลอดจนพิธีกรรม ความเชื่อที่เกี่ยวกับการฉลองตรุษจีนนั้นมีมานานกว่าศตวรรษ จนไม่สามารถย้อนกลับไปหาถึงที่มาได้ว่าชาวจีนเริ่มฉลองในวันปีใหม่กันครั้งแรกเมื่อไหร่ โดยที่ตรุษจีนนั้น นับว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี อาจเรียกทั่วไปได้ว่าเป็น การฉลองเทศกาลฤดูไมใบไม้ผลิ ที่มีระยะเวลาแห่งการเฉลิมฉลองยาวนานกว่า 15 วัน การเตรียมงานเพื่อเฉลิมฉลองในวันตรุษจีนนี้จะเริ่มขึ้น 1 เดือนก่อนถึงวัน เช่นเดียวกับวันคริสต์มาสของประเทศในแถบตะวันตก เมื่อผู้คนเริ่มหาซื้อของขวัญและของประดับตกแต่งบ้านเรือน รวมถึงอาหารและเสื้อผ้า การทำความสะอาดครั้งใหญ่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นในวันก่อนตรุษจีน บ้านเรือนจะถูกปัดกวาด ทำความสะอาดตั้งแต่ชั้นบนลงมาถึงชั้นล่าง หน้าบ้านจนถึงหลังบ้าน นั่นหมายถึง การปัดกวาดเอาโชคร้ายทั้งหลายออกไป ประตู หน้าต่างมีการขัดสีฉวีวรรณ หรือทาสีใหม่ โดยส่วนใหญ่จะเป็นสีแดงที่เป็นสีมงคลที่ชาวจีนนิยมกัน อีกทั้งประตู หน้าต่างจะถูกประดับประดาไปด้วยกระดาษที่มีคำอวยพร อย่างเช่น อยู่ดีมีสุข ร่ำรวย และอายุยืนตามที่ได้กล่าวมาแล้ว

ในเรื่องอาหารการกินคนจีนจะเชื่อในสิ่งที่เป็นมงคล อาหารในวันตรุษจีนจึงล้วนแต่ถูกผูกไว้กับสิ่งที่มีความหมายเป็นมงคลทั้งสิ้น ซึ่งจะประกอบไปด้วยอาหารทะเล และอาหารนึ่ง อาทิ ขนมจีบ โดยอาหารแต่ละอย่างก็จะมีความหมายที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง ซึ่งหมายถึง ชีวิตที่รุ่งเรืองและความสุข หอยเป๋าฮื้อแห้ง หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สลัดปลาสด หมายถึง การนำมาซึ่งความโชคดี จี้ไช่ (ผมเทวดา) สาหร่ายที่ดูคล้ายผม แต่กินได้ หมายถึง การนำความร่ำรวยมาให้ ขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึง คำอวยพรของบรรพชน ส่วนเสื้อผ้า เครื่องแต่กายจะนิยมใส่สีแดงที่นับว่าเป็นสีแห่งมงคล เป็นการขับไล่ปีศาจร้ายให้ออกไปจากร่างกาย ชีวิต การใส่สีดำ หรือสีขาว ถือว่าเป็นสีต้องห้าม เป็นสีแห่งการไว้ทุกข์
กิจกรรมก่อนเข้าสู่วันตรุษจีน หลังจากมื้ออาหารค่ำในคืนก่อนวันปีใหม่ ทุกคนในครอบครัวจะนั่งรอกันจนถึงเช้าเพื่อรอวันใหม่โดยการเล่นเกม เล่นไพ่ หรือดูรายการทีวีที่เกี่ยวกับวันตรุษจีน อีกทั้งในวันนี้จะต้องไม่มีอารมณ์โกรธ ริษยา หรือไม่พอใจ นั่นก็เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นวันใหม่ของปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง

ในบ้านเราชาวไทยเชื้อสายจีนก็ถือตามประเพณีปฏิบัติอย่างเช่นชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านเกิดสืบต่อกันมาเช่นกัน ในวันตรุษจีนนี้จะมีอยู่ 3 วันหลักๆคือ วันจ่าย วันไหว้ และวันถือ ซึ่งจะเป็นวันเที่ยวด้วย

วันจ่าย คือ วันก่อนวันสิ้นปีก่อนถึงตรุษจีน เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะต้องออกไปจับจ่าย ซื้อของ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ผลไม้ และเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ ก่อนที่ร้านค้าเหล่านั้นจะปิดร้านเพื่อหยุดพักผ่อนยาว รวมถึงไม่จำเป็นต้องจุดธูปเพื่ออัญเชิญเจ้าที่ (ตี่จู้เอี๊ย) ให้ลงมาจากสวรรค์เพื่อรับการสักการะบูชาของเจ้าบ้าน หลังจากที่ได้ไหว้อัญเชิญขึ้นสวรรค์เมื่อ 4 วันก่อน เพราะเจ้าไม่ได้เดินทางไปที่ไหนเมื่อ 4 วันที่แล้ว

วันไหว้ ตอนเช้ามืด จะเริ่มพิธีการไหว้ ป้ายเล่าเอี๊ย โดยเป็นการไหว้เทพเจ้าต่างๆ มีเครื่องประกอบการไหว้ คือ เนื้อสัตว์สามอย่าง ได้แก่ หมู เป็ด และไก่ อาจะเพิ่มตับ และปลาก็จะเป็นเนื้อสัตว์ห้า อย่าง ร่วมกับเหล้า น้ำชา และกระดาษเงินกระดาษทอง ตอนสาย จะทำพิธีการไหว้ ป้ายแป๋บ้อ เป็นการไหว้บรรพบุรุษ พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเป็นการแสดงความกตัญญูตามความเชื่อและคติของจีน ซึ่งในการไหว้ครั้งนี้จะใช้เวลาไม่เกินเที่ยง มีเครื่องประกอบการไหว้ คือ ซาแซ อาหารคาวหวาน (ส่วนใหญ่จะทำตามสิ่งที่ผู้ล่วงรับชอบรับประทาน) รวมทั้งมีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง เสื้อผ้ากระดาษเพื่อเป็นการอุทิศแด่ผู้ล่วงลับ

จากนั้น ญาติพี่น้องจะมารวมกันรับประทานอาหารที่ได้เซ่นไหว้ไปเพื่อความเป็นสิริมงคล และถือเป็นเวลาครอบครัว หรือวงศ์ตระกูลที่จะรวมตัวกันได้มากที่สุด ปิดท้ายด้วยการแลกอั่งเปาหลังจากที่ได้รับประทานอาหารร่วมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตอนบ่าย จะทำพิธีการไหว้ ป้ายฮ่อเฮียตี๋ เป็นการไหว้ผีพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว เครื่องประกอบการไหว้จะเป็นจำพวก ขนมเข่ง ขนมเทียน เผือกเชื่อมน้ำตาล กระดาษเงินกระดาษทอง พร้อมทั้งมีการจุดประทัดเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย เสริมสร้างความเป็นสิริมงคล
วันเที่ยว หรือวันถือ นั่นก็คือ วันขึ้นปีใหม่ โดยเป็นวันที่หนึ่ง เดือนที่หนึ่งของปี ในวันนี้ ชาวจีนจะถือธรรมเนียมโบราณที่ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน คือ ป้ายเจีย เป็นพิธีการไหว้ขอพรและรับคำอวยพรจากผู้ใหญ่ ตลอดจนผู้ที่เราเคารพรัก มีการนำส้มสีทองไปมอบให้ เพราะ ส้ม ในภาษาแต้จิ๋ว คือ กิก ที่ไปพ้องกับคำว่า ความสุข หรือโชคลาภ อีกทั้งคำว่า ส้ม ในภาษากวางตุ้ง เรียกว่า ก้าม ที่ไปพ้องกับคำว่า ทอง ฉะนั้นการให้ส้มก็เหมือนกับการนำความสุข หรือโชคลาภไปให้ โดยจะมีการมอบส้มจำนวน 4 ผลที่ห่อด้วยผ้าเช็ดหน้าผู้ชาย รวมถึงการที่เรียกวันนี้ว่าเป็นวันถือนั้น ก็เป็นวันที่ชาวจีนถือว่าเป็นวันที่มีสิริมงคล ให้งดทำบาป ซึ่งจะมีการถือคติบางอย่างที่สำคัญ อาทิ งดการพูดจาที่ไม่ดีต่อกัน ไม่ทวงหนี้กัน ไม่จับไม้กวาด และจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ออกเยี่ยมอวยพรและพักผ่อนนอกบ้าน

เรื่องราวของวันตรุษจีน หรือปีใหม่ของชาวจีนก็คงมีประมาณนี้ อย่างไรก็ดีสยามบิสซิเน็ตนิวส์ก็ขออวยพรอีกครัง ขอให้ท่านผุ้อ่านทุกท่านเริ่มต้นปีด้วยสิ่งดีๆ และสิ่งดีๆจงคงอยู่ตลอดไป..ซินนี้ฮวดไช้ ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ครับ









