“แดงเดือด ลิเวอร์พูล ชนแข้ง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ศึกปะทะระหว่าง 2 ทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเกาะอังกฤษ”
ย้อนรอยอดีต”แดงเดือด” ในความทรงจำ ณ สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ลิเวอร์พูล บุกชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 4-3
เกิดขึ้นในเกมส์ ดิวิชั่น 1 วันที่ 19 ก.พ. 1910
นี่คือศึกแดงเดือดที่เกิดขึ้นครั้งแรก ณ สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนคู่แข่งบ้านใกล้เรือนเคียง อย่างลิเวอร์พูล เมื่อเสียงนกหวีดเริ่ม เจ้าบ้านเปิดเกมส์ได้อย่างสวยงามด้วยการนำก่อนถึง 3 ลูก และน่าจะปิดเกมส์ไปแล้วพร้อมคว้าชัยชนะครั้งแรกที่พบกัน แต่แล้วลิเวอร์พูลผู้มาเยือนกลับช็อกพวกเขาด้วยการกลับมายิงคืนถึง 4 เม็ด แมตช์นี้ถือเป็นหนึ่งในแมตช์แห่งความทรงจำและเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “ศึกแดงเดือด” หรือ “Rad War”

อีกหนึ่งแดงเดือดที่อยู่ในความทรงจำคือแมทช์ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ ลิเวอร์พู 1-0 ในศึก เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 11 พ.ค.1996
ภาพที่ เอริค คันโตน่า ซัดวอลเล่คลาสสิกปิดเกมส์คว้าชัยในแมตช์และพาแมนยูคว้าดับเบิลแชมป์ในฤดูกาลนั้น ยังคงอยู่ในความทรงจำ
จนถึงล่าสุด กับ”แดงเดือด” วันนี้ที่เชื่อว่าจะต้องเดือดเลือดหยดติ๋งแน่
ถึงแม้หากดูจากอันดับบนตารางที่ความห่างของคะแนนระหว่างกัน จะห่างกันเกือบ 30 แต้ม แต่คุณทิ้งเรื่องนั้นไปได้เลย ไม่ต้องสนใจอันดับในตาราง ไม่ว่า ณ เวลานั้นใครจะอันดับดีกว่าใครฟอร์มเด่นใครดีใครห่วยแค่ไหน แต่เมื่อทั้งคู่เจอกัน มันมีพลังแฝงบางอย่างที่ไม่อาจทราบที่มา ผลักดันหลังนักเตะให้ทุกคนอยู่ในจุดสุดยอดที่ส่งให้นักเตะทั้งสองทีมใส่กันได้อย่างสนุกสูสีมาตลอดและไม่มีใครเกรงกลัวใคร
และ แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะกำลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนไม่แพ้ใครในลีกมา 38 เกมติด แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด คู่แข่งของพวกเขาในวันอาทิตย์นี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องการหยุดสถิติดังกล่าว เพราะเคยหยุดสถิติการไร้พ่ายนานสุดทั้ง 2 อันดับแรกมาแล้ว
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เคยหยุดสถิติการไร้พ่ายติดต่อกันยาวนานที่สุดทั้ง 2 อันดับแรกในประวัติศาสตร์ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาแล้ว ทั้งอาร์เซน่อล(49เกมส์)เชลซี(40เกมส์)และลิเวอร์พูลที่ไม่แพ้มาแล้ว 38เกมส์ กำลังจะเป็นเหยื่อรายต่อไปหรือไม่รอติดตาม
วิเคราะห์ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
คืนวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563
ลิเวอร์พูล vs แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
เวลา : 23.30
ลิเวอร์พูล
เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนเก่งของทีมพาลูกทีมเก็บชัยชนะรัวๆและยังคงไร้พ่ายในลีก โดยฟอร์มล่าสุดโชว์คลาสความเก๋าเอาชนะสเปอร์สของจ่ามูไปได้1-0เก็บคะเเนนนำห่างอันดับสองไม่เห็นฝุ่น
ข่าวดีของเหล่าพลพรรคหงส์แดงคือพวกเขาจะได้ โจเอล มาติป และ ฟาบินโญ่ สองผู้เล่นกำลังหลักกลับมามีชื่อลุ้นลงสนามในวันนี้ ส่วนผู้เล่นที่บาดเจ็บอยู่ อย่าง ลอฟเรน มิลเนอร์ เกอิต้า ก็กำลังเรียกความฟิตพร้อมกลับสู่ทีม
วันนี้เครื่องจักรสีแดงจะส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนามนำโดยสามประสานอย่าง ซาล่าห์ มาเน่ ฟิร์มิโน่
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ล่าสุดเอาตัวรอดผ่านเข้ารอบฟุตบอลถ้วยFA Cupเมื่อกลางสัปดาห์โดยเอาชนะวูล์ฟส์แฮมตันไปได้ 1-0 และในลีกก่อนหน้าโชว์ฟอร์มดุเอาชนะนอริชไปได้ 4-0 เรียกว่าทีมกลับมามั่นใจอีกครั้ง
สภาพทีมโดยรวมยังคงปวดหัวกับตัวผู้เล่นบาดเจ็บโดยเฉพาะในรายของมาร์คัส แรชฟอร์ด ที่เจ็บเซ่นชัยชนะเหนือวูล์ฟแฮมป์ตันในFA Cup โดยล่าสุดไม่มีชื่อร่วมเดินทางมาแข่งขันในวันนี้ ส่วนในรายของ ปอล ปอกบา ยังไม่พร้อมจะลงสนาม
ปีศาจแดง หวังพึ่ง ดาบิด เด เฆอา ในการหยุดยังการทำประตูของคูเเข่งและจะมี ฆวน มาต้า ทำเกมส์อยู่ข้างหลัง อ็องตอนี มาร์ซียาล
รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, อเล็กซ์ อ็อกเลด-แชมเบอร์เลน, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรเบอร์โต้ ฟิร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่
ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) ดาบิด เด เคอา อารอน วาน-บิสซากา วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ แฮร์รี แม็คไกวร์ แบรนดอน วิลเลียม เฟร็ด เนมันยา มาติช ฆวน มาตา อันเดรียส เปเรรา ดาเนียล เจมส์ อองโตนี มาร์เชียล
ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา
บทสรุป
“หงส์แดง” บินสูงเหลือเกินในฤดูกาลนี้ และจ่อเต็มทีที่จะคว้าเเชมป์ที่รอคอยมานานแสนนาน โดยเฉพาะพวกเขาแอบหวังด้วยว่าจะเป็นแชมป์ไร้พ่ายแต่วันนี้มาเจอกระดูกชิ้นโตคู่ปรับตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ก็หวังจะยัดเยียดความปราชัยหนแรกในลีกให้กับจ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีกในวันนี้ แต่หากดูฟอร์มโดยรวมแบบเป็นกลาง หากวันนี้เหล่าพลพรรค”ปีศาจแดง” ไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดยังมองไม่เห็นมุมที่จะไปต่อกรกับว่าที่แชมป์อย่างลิเวอร์พูลที่มีทั้งความเก่งเก๋าบวกกับโชคชะตาฟ้าลิขิตอีกด้วย
ลิเวอร์พูล 2-0 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด









