ทำดีต้องชม!“น้าสน”ดันราคาปาล์มทะยานจ่อนิวไฮอานิสงส์นโยบายB10

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

เกษตรกรยิ้มได้ผู้ใช้น้ำมันยิ้มออก B10 พลิกโฉมราคาปาล์ม จ่อทะลุสถิติ 7 บาท / กิโลกรัม พร้อมๆ กับพลังงานทดแทน ส่งตรงถึงมือผู้บริโภค งานนี้ชี้ชัดฝีมือ “น้าสน”

Advertisement

ราคาปาล์มที่พุ่งขึ้นอย่างมีนัยยะน่าสนใจเวลานี้ เป็นอีกหนึ่งในโฟกัสที่ถูกจับตาโดยเกษตรกรอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ภาพรวมของตลาดปาล์มในประเทศ มีควาผันผวนไม่แน่นอน ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายรัฐบาลที่ยังไม่มีความชัดเจน เกี่ยวกับเรื่องของพลังงานทดแทนซึ่งมีผลต่อราคาปาล์มและเกษตรกรโดยตรง

แต่การเข้ามารับตำแหน่ง ของ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทิศทางของนโยบายมีความชัดเจนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องของพลังงานทดแทน ในโครงการ B10 ซึ่งสะท้อนผลตรงๆ ต่อราคาปาล์ม ขยับขึ้นมาอย่างน่าสนใจ จากช่วงก่อนหน้านี้ที่หล่นลงไปเหลือเพียง 1.59 -2 บาท / กิโลกรัม ขยับขึ้นมาจนในปัจจุบัน จ่อทะลุ 6 บาท และราคาปาล์มมีแนวโน้ม วิ่งไปหานิวไฮ ที่เคยทำไว้ราว 7 บาท/กิโลกรัม ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

ราคาปาล์ม สำคัญอย่างไร และการขยับตัวของราคาในครั้งนี้ น่าสนใจอย่างไร?

คำถามนี้น่าสนใจ เพราะปาล์ม คือหนึ่งในพืชเศรษฐกิจหลักของหลายพื้นที่ในประเทศไทย (ไม่เฉพาะภาคใต้) และ เป็นพืชเศรษฐกิจ ที่มีผลผลิตพ่วงอยู่กับเรื่องของ “พลังงานทดแทน” มีผลทั้งสองขา คือ ทั้งขาของเกษตรกร และ ขาของประชาชนผู้บริโภคพลังงาน โดยเฉพาะพลังงานทดแทน

ซึ่งก่อนหน้านี้ ช่วงที่ราคาปาล์มยังอยู่ในช่วงขาลง หลายฝ่าย ก็พยายาม ที่จะหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาปาล์ม จนกลายมาเป็น เรื่องที่ถูกหลายพรรคการเมืองใช้นำมาหาเสียง แต่แม้ว่าความพยายามแก้ไขปัญหาจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมาพลิกโฉมครั้งสำคัญ ในนโยบาย “ประกันราคา” ซึ่งราคาปาล์มก็ยังคงอยู่แค่เพียง 4 บาท / กิโลกรัมเท่านั้น ส่วนหนึ่งมาจากเหตุผล “ดีมานด์-ซัพพลาย” และ ผลสะท้อนที่แท้จริงของ ความต้องการ และ ปริมาณปาล์ม ยังอาจมีไม่มีความสอดคล้องกัน

โดยหลักการหากจะเน้นให้เกิดผลชัดเจนเป็นรูปธรรมแบบจับต้องได้ จะต้องสำรวจแนวนโยบาย ที่จะสร้างฐานราคาบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งคลัสเตอร์ คือ ลงไปที่วงจรของดีมานด์ กับความต้องการพลังงานทดแทน เพื่อชดเชยกับราคาน้ำมัน ที่มีแนวโน้มขยับตัวสูงขึ้น รวมถึงเรื่องของ “พลังงานไฟฟ้า” ที่แต่ละปี มีดีมานด์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เรื่องนี้คงต้องยอมรับว่า กระทรวงพลังงาน ทำการบ้านมาดี บวกกับ มุมมองของผู้บริหาร ที่เห็นภาพนี้ชัดเจน เจาะการแก้ไขปัญหาลงไป ผ่านนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน B10 ลากไปถึงเรื่องของ แนวคิดในการสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน พลังงานชุมชน เน้นแก้ไขปัญหาระดับฐานราก เป็นที่มาของราคาปาล์มที่ขยับตัวปรับสูงขึ้นในช่วงเวลานี้

ด้วยแนวคิดนี้และแนวทางการบริหารจัดการที่ถูกต้อง และมีความชัดเจนในเชิงนโยบา!!

สิ่งที่ตามมาคือการขยับตัวของราคาปาล์ม ซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของทุกฝ่าย เพราะ ประโยชน์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น จึงเกิดกับทั้งสองขา คือ ขาอุปสงค์ และ ขาอุทาน คือเกษตรกรผู้ผลิตปาล์ม และ ผู้บริโภคพลังงาน ที่ได้พลังงานทดแทนคุณภาพในราคาประหยัด

จากผลผลิตที่ล้นเกิน สู่การบริหารจัดการ จนผลผลิต สอดคล้องตรงกับความต้องการของตลาด การปรับตัวของราคาปาล์ม จึงต้องมาส่องดูกันต่อจากนี้อีกว่า “จะมีเพียงพอต่อความต้องการของตลาดหรือไม่?” และ นั่นเป็น อีกการบ้านสำคัญ ที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สนธิรัตน์ ในฐานะผู้พลิกโฉมราคาปาล์มครั้งสำคัญจะต้องนำกลับไปเป็นการบ้านอีกครั้ง

พร้อมๆ กับ เสียงปรบมือดังๆ ที่ เป็นส่วนสำคัญในการสร้างฐานราคาปาล์มให้กับมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ !!

และก็เป็นผลงานจากการหาเสียงไว้ก่อนหน้านี้โดยพรรคพลังประชารัฐ ที่ชัดเจนจับต้องได้ กับการแก้ไขปัญหาราคาปาล์ม พร้อมกลับเข้าสู่ การเดินหน้านโยบายต่อไปอย่างเต็มศักยภาพ กับการ สร้างรากฐานให้กับชุมชนในด้านพลังงาน เพื่อให้มีควาเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

เรียกได้ว่า ราคาปาล์มที่ออกมาแบบนี้ ยิ้มได้ทั้งเกษตรกร และ ยิ้มได้ทั้งคนที่บริโภคพลังงาน เป็นอีกหนึ่งในผลงานรัฐบาล ที่ต้องยอมรับ ว่า “ชัดเจน” ในเวลานี้ ยกให้เป็นผลงานและฝีมือของ รัฐมนตรีพลังงาน แบบไม่ได้อวยไม่ได้เชียร์ แต่เห็นผลกันจริงจังเลยทีเดียว …