เปิดดีล “ปชป.-ภท.” บีบพปชร.คาย 6 กระทรวงเกรดเอ

“ประชาธิปัตย์–ภูมิใจไทย” จับมือต่อรองพปชร.ร่วมรัฐบาล ต้องแบ่งเก้าอี้ 6 กระทรวงหลัก “ภท.” ขอ คมนาคม-สธ.-ท่องเที่ยว “ปชป.” มหาดไทย-พาณิชย์-พลังงาน

Advertisement

หลังจากที่ปรากฎภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหารือร่วมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์และนายมนตรี ปาน้อยนนท์ ส.ส ประจวบคีรีขันธุ์ พรรคประชาธิปัตย์นั้น
นายมนตรี เปิดเผยว่า เป็นการหารือรที่ร้านทีเฮ้าต์ ย่านถนนพระรามที่หก เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา เป็นการไปพูดคุยว่าเราต้องการทำงานอะไรด้านไหน ซึ่งแกนนำทั้งสองพรรคต่างยืนยันที่จะจับมือเดินไปด้วยกัน ไม่มีแตกแยกหรือปล่อยมือทิ้งกัน ถ้าข้อเสนอที่บอกไปได้รับการตอบรับ โดยพรรคภูมิใจไทย สื่อก็ทราบมาแล้วว่า ต้องการบริหารงานต่อยอดจากนโยบายที่หาเสียงไว้คือ กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุขเพื่อปลดล็อคกัญชาเป็นยารักษาโรค และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อต่อยอดทั้งงานด้านกีฬาและบูมจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว
ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ขอกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ำ และกระทรวงพลังงาน แต่ถ้าไม่ได้ตามนี้ เราก็ยืนยันว่าจะจับมือกัน ส่วนจะพิจารณาเป็นขั้วที่สามหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ
มีรายงานว่าประเด็นสำคัญที่ทั้ง 2 ฝ่าย ได้หารือกันคือพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอขั้วที่ 3 หากพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 52 เสียง และ พรรคภูมิใจไทย จำนวน 51 เสียง รวมกันจะได้ส.ส.103 เสียง ที่สามารถไปเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมรัฐบาล เพื่อเป็นทางออกของประเทศในเวลานี้ เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ขั้วที่ 1 และ ขั้วที่ 2 ยังจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จ
โดยมีการประสานกับพรรคขนาดเล็กอีก2พรรค คือ ชาติไทยพัฒนา ที่มี 10 ส.ส. และพรรคชาติพัฒนาอีก 3 ส.ส. รวมเป็น 116 ส.ส. เพราะเห็นว่า พรรคหลักทั้งสองขั้วมีจุดยืนที่ต่างกันมากไม่ว่าขั้วใดตั้งรัฐบาลได้ก็จะเป็นเสียงปริ่มน้ำ หรืออาจเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ที่จะมีปัญหาในการบริหารราชการที่สุด กระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลและอาจเป็นรัฐบาลที่อายุสั้น
ทั้งนี้การหาเรื่องขั้วที่ 3 ดังกล่าวนายอนุทินและนายเฉลิมชัย จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับพรรคของตัวเอง ว่าเห็นด้วยกันแนวทางนี้หรือไม่ พร้อมทั้งรับฟังกระแสสังคมควบคู่กันไปในช่วงนี้ ว่าจะขานรับแนวทางขั้วที่ 3 ด้วยหรือไม่
อย่างไรก็ตามหากประชาชนเห็นด้วยและสนับสนุนไปให้ตลอดรอดฝั่ง เชื่อว่าโอกาสของขั้วที่ 3 ตั้งต้น 103 เสียง จะมีโอกาสเดินหน้าไปได้ที่จะชักชวนพรรคการเมืองต่างๆมาจัดตั้งรัฐบาล แต่หากสังคมไม่เห็นด้วย ทั้ง 2 พรรค ก็แยกย้ายไปตามแนวทางของตัวเองหรือเงื่อนไขที่เปิดรับในการร่วมรัฐบาลหรือท้ายที่สุดต้องเป็นฝ่ายค้าน