จับตาฝากขัง “ธนาธร-2 กก.บห.” ก่อนเลือกตั้ง 27 กพ.นี้ ไลฟ์สดวิจารณ์พลังดูด คสช. ผิดพ.ร.บ.คอมฯ “อนาคตใหม่” โวยเร่งคดีก่อนเลือกตั้ง
นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีที่ พ.อ. บุรินทร์ ทองประไพ ในฐานะตัวแทนของ คสช. แจ้งข้อหา นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นายไกลก้อง ไวทยการ นายทะเบียนพรรค, และนางสาวจารุวรรณ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหารพรรค ผิดตพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(2) จากกรณีจัดรายการ ‘คืนวันศุกร์ให้ประชาชน’ ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ในเพจอนาคตใหม่ – The Future We Want และเพจ Thanathorn Juangroongruangkit เพื่อวิจารณ์กระแสข่าวกรณีพลังดูดของ คสช. เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2561 ว่า ในคดีดังกล่าว ธนาธรพร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคอีก 2 คนที่ตกเป็นผู้ต้องหา ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนไปแล้วเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2561
นางสาวพรรณิการ์ กล่าวว่า หลังจากนั้นได้ทยอยส่งคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมนำพยานเข้าให้การแล้ว 1 รายจากจำนวนทั้งสิ้น 2 ราย ต่อมาเมื่อวันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทนายความผู้รับมอบอำนาจฯ ได้รับแจ้งจากพนักงานสอบสวน ว่ามีเหตุจำเป็นอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ให้ต้องส่งสำนวนคดีให้แก่พนักงานอัยการภายในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ และนัดนายธนาธรพร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรคอีก 2 คน ให้ไปพบพนักงานอัยการเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนคดีต่อไปในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก
“สิ่งที่นายธนาธรและกรรมการบริหารพรรค อีกสองท่านได้วิพากษ์วิจารณ์ ก็คือสิ่งที่หยิบยกมาจากหน้าสื่อในการนำเสนอข่าว เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปในสังคม เราจึงยืนยันได้ว่าการวิจารณ์ของเราไม่ใช่การนำความเท็จเข้าสู่ระบบอย่างที่ถูกกล่าวหา และเราได้คาดการณ์ไว้ก่อนบ้างแล้วว่าในช่วง 1 เดือนก่อนถึงการเลือกตั้ง จะเกิดการเร่งรัดคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเราเองก็จะต้องจับตาดูว่าในวันที่จะมีการส่งตัวทั้งสามคนให้อัยการนั้น จะมีการขอฝากขังธนาธรและกรรมการบริหารพรรคอีกสองท่านด้วยหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ทางพรรคพร้อมที่จะสู้คดีอย่างเต็มที่ และพร้อมเดินหน้าทำงานต่อไปในทั้ง 77 จังหวัดและ 350 เขต”
นางสาวพรรณิการ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่มีการส่งฟ้องเกิดขึ้น ธนาธรและคณะกรรมการบริหารพรรคไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งประกาศตัวตั้งแต่ต้นว่าพร้อมชนกับต้นตอของปัญหาในประเทศนี้ ได้เตรียมใจไว้ก่อนแล้วว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้น และพรรคก็พร้อมที่จะสู้คดีอย่างเต็มที่ เพื่อยืนยันในหลักการสิทธิเสรีภาพการแสดงออกของประชาชน และเพื่อชี้ให้เห็นว่ากฎหมายดังกล่าวนำไปสู่การลิดรอนสิทธิเสรีภาพอย่างไรบ้าง และจำเป็นที่จะต้องถูกยกเลิกหรือแก้ไขต่อไป









