กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปรับลมหนาวตามยอดดอย ภูเขา หรือสถานที่มีอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ระมัดระวังการเข้าพักอาศัยในที่พักที่มีการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีรายงานเหตุการณ์การป่วยและเสียชีวิตขณะอาบน้ำด้วยเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส รวม 21 เหตุการณ์ ส่วนใหญ่เป็นผู้อาบน้ำในลำดับท้ายๆ หลังจากมีการอาบน้ำต่อเนื่องกันหลายคน น.พ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ในหลายจังหวัดทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพอากาศเริ่มหนาวเย็น นักท่องเที่ยวจึงนิยมเดินทางไปเที่ยวตามยอดดอย ภูเขา และพักผ่อนตามรีสอร์ท บ้านพักต่างๆ ซึ่งอาจมีการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สแทนระบบไฟฟ้า นักท่องเที่ยวจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจได้รับอันตรายจากการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สระหว่างอาบน้ำได้

ข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในช่วงปี 2551-2560 จากการเฝ้าระวังเหตุการณ์การป่วยและเสียชีวิตขณะอาบน้ำด้วยเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส พบว่ามีรายงานเหตุการณ์ทั้งหมด 21 เหตุการณ์ มีผู้ป่วย 24 ราย และเสียชีวิต 7 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ พบมากช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมของทุกปี ตามสถานที่พักต่างๆ ทั้งในรีสอร์ท โรงแรม และสถานที่ปฏิบัติธรรม โดยผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิตมักเป็นผู้อาบน้ำในลำดับท้ายๆ หลังจากมีการอาบน้ำต่อเนื่องกันหลายคน สาเหตุเกิดจากการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่ไม่มีมาตรฐาน(มอก.) มีการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน การระบายอากาศไม่เหมาะสมกับสภาพและขนาดของห้องน้ำ
สาเหตุที่ทำให้ผู้อาบน้ำป่วยและเสียชีวิต เกิดจากขณะเปิดใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส จะมีการเผาไหม้เพื่อนำความร้อนไปทำให้น้ำอุ่น แต่การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ไปแทนที่ออกซิเจนที่อาจมีน้อยอยู่แล้ว ทำให้คนที่อาบน้ำในห้องน้ำสูดดมคาร์บอนมอนนอกไซด์เข้าไปในปริมาณมากและเป็นเวลานาน คาร์บอนมอนนอกไซด์จะไปเกาะจับเม็ดเลือดแดงแทนออกซิเจน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน ผู้ป่วยจะมีอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ มึนงง หน้ามืด หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ซึม หมดสติ และอาจเสียชีวิตได้ กลุ่มที่มีความเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น









