ส่งออกหด!“ก.พาณิชย์”แนะจับตาผลลบกระทบศก.โลก-เทรดวอร์

รายงานตัวเลขส่งออกประจำเดือนก.ย.ของไทย ภาคเกษตร-อุตสาหกรรม นำทัพหดตัว ก.พาณิชย์เชื่อ ตลอดปี 2561 จะขยายตัวได้ 8% ตามเป้าหมาย

Advertisement

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ และ นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์ ร่วมแถลง รายงานภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทยประจำเดือนกันยายน 2561 ระบุถึงภาคการส่งออกของไทยในเดือนกันยายน 2561ว่า “ภาคการส่งออกของไทย หดตัวที่ร้อยละ 5.2 หรือคิดเป็นมูลค่า 20,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การส่งออกไปตลาดหลัก ได้แก่ สหภาพ สหรัฐฯ และญี่ปุ่น และตลาด CLMV ยังคงขยายตัวดี การส่งออกสินค้ากลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวที่ร้อยละ 0.6 สินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง เครื่องดื่ม และผัก ผลไม้สด แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป ขณะที่การส่งออกสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรม หดตัวร้อยละ 6.7 สินค้าที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และเหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ โดยการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2561 มีแนวโน้มเผชิญความท้าทายจากความผันผวนและปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศ อาทิ การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า และประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ยังไม่มีความชัดเจนและอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อความเชื่อมั่นทางการค้าและการลงทุน

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าการส่งออกในปี 2561 จะสามารถขยายตัวได้ที่ร้อยละ 8 ตามเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ และผู้ประกอบการส่งออกส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นว่าการส่งออกมีแนวโน้มเติบโต สะท้อนจากโอกาสในการเร่งส่งออกสินค้าที่มีศักยภาพเพื่อทดแทนสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และการกระจายความเสี่ยงการส่งออกไปยังตลาดใหม่

โดยมูลค่าการค้ารวมในรูปของเงินบาท เดือนกันยายน 2561 การส่งออกมีมูลค่า 676,410 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน (YoY) ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 669,280 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.8 ส่งผลให้การค้าเกินดุล 7,130 ล้านบาท รวม 9 เดือนของปี 2561 การส่งออกมีมูลค่า 6,057,520 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9) การนำเข้ามีมูลค่า 6,048,330 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6) และการค้าเกินดุล 9,191 ล้านบาท

ส่วนการส่งออกในกลุ่มที่สำคัญๆ อย่างการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัวที่ร้อยละ 0.6 (YoY) โดยสินค้าส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ ข้าว ขยายตัวทั้งปริมาณและราคา ขยายตัวที่ร้อยละ 20.5 (ขยายตัวในตลาดเบนิน แอฟริกาใต้ สหรัฐฯ จีน และฟิลิปปินส์) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ขยายตัวด้านราคาเป็นหลัก ขยายตัวร้อยละ 21.7 (ขยายตัวในตลาดจีน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน และสหรัฐฯ) เครื่องดื่ม ขยายตัวร้อยละ 5.4 (ขยายตัวในตลาดเวียดนาม กัมพูชา และฟิลิปปินส์) ผัก ผลไม้สด แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 7.7 (ขยายตัวในตลาดจีน สหรัฐฯ และฮ่องกง) สินค้าเกษตรสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ยางพารา หดตัวทั้งด้านปริมาณและราคา หดตัวร้อยละ 24.3 (หดตัวในตลาดจีน มาเลเซีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ แต่ยังขยายตัวสูงในอินเดีย) น้ำตาลทราย หดตัวที่ร้อยละ 10.6 (หดตัวในตลาดกัมพูชา และเมียนมา แต่ขยายตัวระดับสูงในอินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และมาเลเซีย) ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2561 กลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัวร้อยละ 3.4

ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหดตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 19 เดือน หดตัวที่ร้อยละ 6.7 (YoY) โดยสินค้าสำคัญที่ยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ขยายตัวเกือบทุกตลาด ขยายตัวร้อยละ 7.9 (ขยายตัวในตลาดจีน กัมพูชา มาเลเซีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น) เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 4.5 (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง และเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี และอินเดีย) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 9.7 (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เวียดนาม และสหรัฐฯ) เหล็ก เหล็กกล้า และผลิตภัณฑ์ ขยายตัวร้อยละ 4.4 (ขยายตัวในตลาดญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย) สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ทองคำ หดตัวที่ร้อยละ 78.7 (หดตัวในตลาดสวิตเซอร์แลนด์ สิงคโปร์ ฮ่องกง แต่ยังขยายตัวในตลาดกัมพูชา และจีน) รถยนต์และส่วนประกอบ หดตัวเกือบทุกตลาดร้อยละ 7.4 (หดตัวในตลาดออสเตรเลีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย แต่ยังขยายตัวในตลาดเวียดนาม และญี่ปุ่น) เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 32.6 (หดตัวในตลาดญี่ปุ่น ฮ่องกง เม็กซิโก และเนเธอร์แลนด์ แต่ยังขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ) แผงวงจรไฟฟ้า หดตัวร้อยละ 10.6 (หดตัวในตลาดฮ่องกง จีน และญี่ปุ่น แต่ยังขยายตัวได้ดีในตลาดสหรัฐฯ และสิงคโปร์)