ยกหนี้เกษตรกร กองทุน กฟก.เหลือครึ่งหนึ่ง ชะลอดำเนินคดีถึง มิ.ย.62

สมาคมธนาคารไทย แจงช่วยลูกหนี้เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ที่เป็นหนี้เสียภายในสิ้นปี 60 เฉพาะรายที่มีเงินต้นไม่เกิน 2.5 ล้าน ให้ชำระหนี้ครึ่งเดียว พร้อมชะลอการดำเนินคดีจนถึง 30 มิ.ย. 62 ส่วนหนี้เกิน 2.5 ล้านเป็นรายใหญ่ต้องดูแลเป็นราย ๆ

Advertisement

นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า จากการเข้าพบนายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในช่วงกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา สมาคมฯได้เข้ายื่นหนังสือยืนยันหลักเกณฑ์การรับชำระหนี้สำหรับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตร (กฟก.) ที่มีข้อตกลงร่วมกัน คือเกษตรกรที่เป็นสมาชิกและขึ้นทะเบียนหนี้กับ กฟก.ซึ่งเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2560 มีเงินต้นไม่เกิน 2.5 ล้านบาท โดยถือเป็นเกษตรกรรายย่อย และมีวัตถุประสงค์กู้ยืมเพื่อการเกษตร สามารถชำระหนี้เงินต้นกับธนาคารสมาชิกเจ้าหนี้ 50% พร้อมยกหนี้ส่วนที่เหลือให้ รวมทั้งให้ชะลอการดำเนินการทางกฎหมายกับลูกหนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562 เพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรยังคงมีที่ดินทำกินในการหาเลี้ยงชีพได้ต่อไป

ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวจะสามารถช่วยเหลือลูกหนี้เกษตรที่เป็นรายย่อยได้ ขณะที่ข้อเสนอยกหนี้ 50 % ทุกวงเงินนั้น สมาคมฯเห็นว่า ในรายของ เกษตรที่มีหนี้เกิน 2.5 ล้านบาทไม่เข้าข่ายเป็นเกษตรกรราย่อย และได้รับการดูแลเป็นรายกรณีอยู่แล้ว ซึ่งการมีเงินต้นเกินกว่า 2.5 ล้านบาทถือว่าเป็นกรณีที่เกินกว่าการเป็นเกษตรกรรายย่อย

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลปัจุบัน พบว่ามีจำนวนลูกหนี้เกษตรกรรายย่อยคงเหลือ 692 รายเท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารสมาชิกได้ให้การดูแลช่วยเหลือในการพิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อให้ลูกหนี้เกษตรกรรายย่อยที่เดือดร้อนกลุ่มนี้มาชำระหนี้กับธนาคารโดยตรง ภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงที่สมาคมธนาคารกับ กฟก. เห็นชอบร่วมกัน โดยสมาคมฯ พร้อมช่วยเหลือลูกหนี้ในกลุ่มนี้ซึ่งเป็นเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริง พร้อมๆกับการดูแลรักษาวินัยทางการเงินในภาพรวมของทั้งประเทศ ผลประโยชน์และความเป็นธรรมโดยรวมของทุกฝ่ายควบคู่ไปด้วย