สปป.ลาวตัดสินใจครั้งสำคัญ ชะลอการลงทุนสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าเพิ่ม ถอดบทเรียนกรณี “เขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย”แตก รับสภาพเป็น “แบตเตอรี่เอเชีย” ไม่ได้!
ถ้าจะมองในมุมของความเสียดายก็มองได้ แต่ถ้าจะมองในมุมของความห่วงใยในทรัพยากรประเทศและประชาชน ก็ควรจะต้องปรบมือให้แบบรัวๆ เมื่อรัฐบาลสปป.ลาวตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะชะลอหรือหยุดแนวทางการพัฒนาประเทศให้เป็น “แบตเตอรี่แห่งเอเชีย” เอาไว้ก่อน หลังกรณีเขื่อน“เขื่อนเซเปี่ยน-เซน้ำน้อย” แตก
“พะนะท่าน ทองลุน สีสุลิด” นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เปิดเผย ระหว่างงานประชุมสภาเศรษฐกิจโลก ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ว่า ขณะนี้ได้หยุดการอนุมัติโครงการสร้างเขื่อนใหม่ไว้ก่อน และกำลังตรวจสอบเขื่อน ที่กำลังก่อสร้างทั้งหมด หลังเกิดเหตุเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อยเสียหาย จนเกิดน้ำท่วมใหญ่ และมีผู้เสียชีวิต เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ซึ่งยอมรับว่าประเทศลาว ยังไม่สามารถเป็นแบตเตอรรี่แห่งเอเชีย เพราะศักยภาพในการพัฒนากระแสไฟฟ้า ของลาว นั้น ยังจำกัด เมื่อเทียบกับความต้องการในอาเซียน แต่ลาว จะยังคงศึกษาทางเลือกอื่น ในการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน และพลังงานสีเขียว อย่างเช่นพลังงานแสงอาทิตย์ หรือพลังงานลม

ทั้งนี้ เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย เป็นหนึ่งในเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้ากว่า 50 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างในลาว ซึ่งต้องการเป็นแหล่งส่งออกพลังาน รายใหญ่ของภูมิภาค หรือแบตเตอรี่แห่งเอเชีย แต่โครงการดังกล่าว ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากกลุ่มนักพิทักษ์สิทธิ์ ซึ่งมองว่า การก่อสร้างเขื่อนทำให้ชาวบ้านมากมาย ถูกบังคับให้ย้ายออกจากที่อยู่อาศัยเดิม และต้องสูญเสียแหล่งทำมาหากิน”

อย่างไรก็ตามการออกมาเปิดเผยโดยนายกรัฐมนตรีลาวในครั้งนี้ก็ยังคงเป็นที่จับตามองของหลายฝ่าย เพราะลาวเป็นฐานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานที่สำคัญและมีลูกค้ารายใหญ่ๆ เป็นประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงโดยเฉพาะประเทศไทย ที่มีแผนการลงทุนในลาว ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน การประกาศการชะลอการลงทุนสร้างเขื่อนเพิ่มในครั้งนี้จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าอาจจะมีผลกระทบต่อไทยหรือไม่?









