“สนธิรัตน์” คุย “รมว.มาเลย์” เปิดด่านสะเดา จ.สงขลา – บูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะห์ 24 ชม.

เปิดด่านสะเดา 24 ชม. “สนธิรัตน์” กระตุ้นค้าชายแดนหนุน เน้นตลาดสำคัญไทยมาเลย์ ผลักดันสินค้าสู่ตลาดโลก สร้างความหลากหลายพร้อมร่วมมือกันในด้านอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม

Advertisement

“นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังได้หารือกับ “นายอิกนาเทียส ดาเรลล์ ไลคิง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม ของมาเลเซียคนใหม่ ซึ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทยเป็นประเทศแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ตุน “ดร. มหาธีร์ บิน โมฮัมหมัด” ซึ่งมีการวางตัวบุคคลที่ผสมผสานระหว่างผู้นำประเทศที่มีประสบการณ์สูงกับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ มีวิสัยทัศได้อย่างลงตัว และยืนยันพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลชุดใหม่ของมาเลเซียในการผลักดันมูลค่าการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศให้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งมีความเห็นตรงกันที่จะผลักดันให้มีการเปิดด่านสะเดา จ.สงขลา – บูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะห์ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าระหว่างกัน

ทั้งนี้ ยังได้หารือเพิ่มความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป เพื่อผลักดันสู่ตลาดโลก แม้จะมีตลาดที่เป็นเป้าหมายเดียวกัน แต่เป็นการสร้างความหลากหลายให้กับผู้บริโภค และยังจะร่วมมือกันในด้านอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม ที่มาเลเซียมีความเข้มแข็งด้วย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการค้า โดยมาเลเซียแจ้งว่า พร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (Joint Trade Committee: JTC) ไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 3 เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระหว่างกันต่อไป

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (ขวา) และ นายอิกนาเทียส ดาเรลล์ ไลคิง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรม ของมาเลเซีย (ซ้าย)

โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนแนวคิดด้านความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียน โดยมาเลเซียพร้อมสนับสนุนการเป็นประธานอาเซียนของไทยในปี 2562 และสนับสนุนการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอาเซียนเพื่อเป็นเกราะป้องกันจากความเสี่ยงภายนอกภูมิภาค โดยเฉพาะผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และมาเลเซียยังต้องการให้ทั้งสองประเทศร่วมมือกันในการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ในภูมิภาคอาเซียนให้มีความเติบโตและแข็งแกร่ง เพื่อตอกย้ำถึงการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของโลก

สำหรับมาเลเซีย เป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทยในโลก ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2556-2560) การค้าระหว่างไทยกับมาเลเซีย มีมูลค่าเฉลี่ยประมาณปีละ 23,287.66 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2560 การค้ารวมไทย-มาเลเซีย มีมูลค่า 22,107.41 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.27% โดยไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ามูลค่า 1,402.69 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปมาเลเซีย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ยางพารา น้ำมันสำเร็จรูป และเคมีภัณฑ์ ในขณะที่สินค้านำเข้าหลัก ได้แก่ น้ำมันดิบ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และแผงวงจรไฟฟ้า