สุดทนอาณัติสัญญาณเสียรถไฟฟ้ากระตุกวันละ 200-300 ครั้ง ก.คมนาคมเล่นระนาดไม้แข็งใส่ BTS ต้องจบปัญหาขัดข้องให้ได้ภายใน 30 วัน ใช้ KPI วัดผล พร้อมเร่งให้เยียวยาผู้โดยสารได้รับผลกระทบเป็นอาหารเตรียมไว้ที่ปลายทาง
นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้ปรับปรุงแผนบริหารความเสี่ยงและแผนเผชิญเหตุเมื่อเจอสถานการณ์รถไฟฟ้าขัดข้อง เพื่อให้มีความชัดเจนด้านแนวทางดำเนินการหากเกิดเหตุและให้ครอบคลุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะเสนอกระทรวงคมนาคมและนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ภายในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้

สำหรับแผนใหม่ดังกล่าวนั้น จะเพิ่มเรื่องของดัชนีชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ของงานบริการรถไฟฟ้า แบ่งเป็น การกำหนดอัตราดีเลย์ต่อเดือนว่าห้ามเกินกี่ครั้ง รวมถึงอัตราการกระตุกจะต้องลดลงด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามสำหรับเหตุการณ์บีทีเอสขัดข้องทางระบบอาณัติสัญญาณจากคลื่นรบกวนจนทำให้เกิดปัญหาในการเดินรถนั้น ทางบีทีเอสได้รายงานว่าในช่วงที่เกิดปัญหาหนักนั้นเกิดเหตุรถไฟฟ้ากระตุกถึงวันละ 200-300 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บีทีเอสกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงระบบอาณัติสัญญาณกว่า 200 จุดตามเส้นทางรถไฟฟ้าที่ให้บริการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค.นี้ ดังนั้นหลังจากเดือน ต.ค. ไปแล้ว บีทีเอสยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวจะหมดไปอย่างแน่นอน โดยตั้งเป้าจะลดอัตราการกระตุกให้เหลือ 2-3 ครั้งต่อวัน ขณะที่รถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์นั้นยังไม่พบปัญหาของอาณัติสัญญาณมากนักเนื่องจากเป็นระบบที่ใหม่กว่าของรถไฟฟ้าบีทีเอส

สำหรับการกำหนดระดับปัญหาของระบบขนส่งรถไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารจะมีการแบ่งออกเป็นระดับ 5 ได้แก่ 1.ได้รับผลกระทบระดับน้อยมากใช้ระยะในการแก้ไขไม่เกิน 5 นาที (สีเหลือง) 2.ได้รับผลกระทบระดับน้อยใช้ระยะเวลาในการแก้ไขไม่เกิน 5- 15 นาที ในช่วงเวลาปกติ (สีเขียว) 3.ได้รับผลกระทบระดับปานกลางใช้ระยะเวลาในการแก้ไข 5-15 นาที ในช่วงเวลาเร่งด่วน (สีฟ้า) 4.ได้รับผลกระทบระดับสูงเหตุการณ์รุนแรงใช้ระยะเวลาในการแก้ไขเกิน 15 นาทีทั้งในเวลาเร่งด่วนและเวลาปกติ (สีส้ม) 5.ได้รับผลกระทบระดับสูงมากเหตุการณ์รุนแรงและหยุดให้บริการ (สีแดง)

ในส่วนของแนวทางการเยียวยาผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์รถไฟฟ้าขัดข้องนั้นไม่เกี่ยวกับแผนเผชิญเหตุ แต่กระทรวงคมนาคมได้เสนอแนวทางให้บีทีเอสพิจารณาว่ามาตรการชดเชยผู้โดยสารนั้นอาจไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดเสมอไป โดยทางเอกชนผู้ให้บริการอาจชดเชยเป็นอาหารหรือของกินแทนได้เพื่อสร้างกำลังใจที่ดีให้กับผู้โดยสาร เช่น เมื่อเกิดเหตุขัดข้องระหว่างทางอาจเตรียมอาหารหรือขนมไว้ที่สถานีปลายทางด้วย









