กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันและบรรเทาปัญหาอุทกภัย ใช้ศักยภาพของเขื่อนแก่งกระจาน และเขื่อนเพชร จัดการน้ำเหนือ ช่วยชาวเมืองเพชรพ้นวิกฤตน้ำท่วมเมือง
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนแก่งกระจานและสถานการณ์ล่าสุดของพื้นที่ปลายน้ำในจังหวัดเพชรบุรีว่า “ปริมาณน้ำที่ระบายมาจากเขื่อนแก่งกระจาน จะไหลลงสู่เขื่อนเพชร ซึ่งเป็นเขื่อนทดน้ำสร้างปิดกั้นแม่น้ำเพชรบุรี มีปริมาณน้ำสูงสุดไหลลงสู่บริเวณหน้าเขื่อนเพชร ในอัตรา 200 ลบ.ม/วินาที เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 61 เวลาประมาณ 07.00 น และมีการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเพชรสูงสุดในอัตรา 125 ลบ.ม /วินาที เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561 เวลาประมาณ 10.00 น. กรมชลประทาน ได้วางมาตรการในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเพชรบุรี โดยการผันน้ำเข้าระบบชลประทานและผันออกผ่านคลองระบายน้ำ D1 เป็นปริมาณรวม 70 ลบ.ม/วินาที

สถานการณ์น้ำเขื่อนเพชร (11 ส.ค. 61) มีน้ำไหลผ่านเขื่อนลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในอัตรา 90 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำโดยตัดยอดน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเพชรเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย – ฝั่งขวาและ คลองระบายน้ำ D.9 รวมทั้งสิ้น 70 ลบ.ม./วินาที โดยก่อนหน้าได้มีการพร่องน้ำหน้าเขื่อนเพชร ตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. 61

โดยในส่วนของสถานการณ์น้ำในพื้นที่อ.บ้านแหลม ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำและได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ กรมชลประทาน ได้ทำการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 38 เครื่อง ในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า และติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 31 เครื่อง ในจุดเสี่ยงที่น้ำอาจเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ชุมชน โดยกองทัพเรือ และหน่วยทหารพัฒนา ได้ติดตั้งเรือผลักดันน้ำจำนวน 20 ลำ และ 6 ลำ ตามลำดับ บริเวณสะพานวัดคุ้งตำหนัก เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ พื้นที่ปลายน้ำในเขตต.บางครก อ.บ้านแหลม บางส่วนได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำและจากอิทธิพลน้ำทะเลหนุน ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขัง 20-30 เซนติเมตร ซึ่งทางจังหวัดเพชรบุรี ได้แจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

สำหรับพื้นที่สุ่มเสี่ยงติดแม่น้ำเพชรบุรี โดยเฉพาะในเขต อ.เมืองเพชรบุรี จะไม่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน รวมถึงยังต้องระบายน้ำออกจากเขื่อนแก่งกระจานอย่างต่อเนื่องจ นกว่าจะถึงระดับเกณฑ์การเก็บน้ำสูงสุด เพื่อที่จะมีช่องว่างสำหรับรองรับน้ำตลอดจนสิ้นฤดูฝนนี้

ในส่วนของมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีระยะยาว นั้น กรมชลประทาน ได้ดำเนินการขุดลอกและขยายคลอง เพื่อใช้ในการระบายน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีออกสู่ทะเลอ่าวไทยให้เร็วที่สุด โดยการปรับปรุงคลอง RMC3 เชื่อมคลองระบาย D.9 ความยาว 27 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง มีผลงานคืบหน้าร้อยละ 30 และอยู่ระหว่างสำรวจออกแบบโครงการขุดลอกคลองอีก 2 เส้นทาง คือคลอง D.1 ความยาว 23 กิโลเมตร และ คลอง D.18 ความยาว 28 กิโลเมตร โดยจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562









