รองนายกฯ กำชับบีโอไอสร้างแผนดูดนักลงทุนต่างประเทศให้ชัดเจน ขณะที่เลขาฯ บีโอไอเผย ครม.อนุมัติอัตราบุคลากรเพิ่ม เตรียมยกเครื่องแผนการทำงาน
ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าว หลังร่วมประชุมและมอบนโยบายการทำงานแก่หัวหน้าสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ทั้ง 14 แห่ง ว่าช่วงนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยแบบเชิงรุก โดยเฉพาะการใช้ลู่ทางเส้นทาง สายไหมและเส้นทางสายไหมทางทะเลศตวรรษที่ 21 หรือวันเบลท์วันโรด (One Belt One Road)
ไทยต้องปรับเปลี่ยนวิธีการหา นักลงทุนกลุ่มประเทศเป้าหมาย ไม่ใช่ขายเฉพาะการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี (EEC) หรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเดียว แต่ต้องแสดงให้เห็นว่า เมื่อมาลงทุนในไทยแล้วจะกระจายไปสู่ประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ได้อย่างไร เพื่อให้นักลงทุนจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และสหรัฐฯ ได้เห็นโดยจะมีนักลงทุนเดินทางมาศึกษาแนวทางลงทุนในไทย จากจีนในปลายเดือนสิงหาคมนี้ จากญี่ปุ่น เดินทางมาเดือนตุลาคมและฮ่องกงมาเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นโอกาสที่บีโอไอต้องมีแผนดึงดูดนักลงทุนที่ชัดเจน

ขณะที่นางสาวดวงใจ อัศวจินจิตร์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ปัจจุบันบีโอไอ บุคลากรทั้งสิ้น 317 คน เป็นพนักงานข้าราชการกว่า 100 คน ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเพิ่มอัตรากำลัง 78 คน ภายใน 3 ปี ประกอบกับการเกลี่ยคนให้สอดคล้องกับพื้นที่เป้าหมาย เชื่อว่าจะเพียงพอกับภารกิจ
ด้านนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หัวใจสำคัญคือต้องปรับทัพเกลี่ยคนให้เหมาะสม เพื่อรองรับการลงทุนจากต่างชาติ หลังจากนักลงทุนหลายประเทศเริ่มเจอปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้น อาทิ บริษัทญี่ปุ่นเริ่มกระจายการลงทุนออกจากจีนที่มีต้นทุนการผลิตแพงขึ้น เช่นเดียวกับเกาหลี สหรัฐ เป็นต้น นอกจากนี้นักลงทุนจีนเองต้องการขยายการลงทุนออกนอกประเทศ ซึ่งขณะนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ทำให้นักลงทุนออกมาลงทุนสู่ภูมิภาค บีโอไอจึงเหมือนคนจับปลาเกลี่ยคนปรับทัพดึงดูดให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนในไทยได้









