ไม่พลิกโผ “หมออ๋อง” นั่งรองปธ.สภาฯคนที่ 1-“พิเชษฐ์” คว้ารองปธ.สภาฯคนที่ 2

ไม่พลิกโผ “หมออ๋อง ปดิพัทธ์” ก้าวไกล นั่งรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง ชนะขาด “วิทยา แก้วภราดัย” รวมไทยสร้างชาติ ด้าน “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” เพื่อไทย คว้ารองประธานสภาฯคนที่สอง
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานในการประชุมชั่วคราว เพื่อเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ คนที่ 1 และ คนที่ 2  ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม พล.ต.ท.วิโรจน์ ได้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่ ตามมาตรา 115 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
สำหรับ ส.ส.ชุดที่ 26 ที่ กกต. รับรอง ทั้งสิ้น 500 คน ล่าสุดมีเข้ามารายงานตัว รวมทั้งสิ้น 498 คน เนื่องจาก น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ พ้นสมาชิกภาพ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ได้ยื่นหนังสือลาออกจากส.ส. ก่อนปฏิญาณตน
เริ่มประชุม โดยนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เป็นประธานชั่วคราวก่อน ต่อมา พล.ต.ท.วิโรจน์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาทำหน้าที่ประธานประชุมนัดแรก ขณะนี้มี ส.ส. มาร่วมประชุมแล้ว 496 คนถือว่าครบองค์ประชุม จากนั้นได้ให้ ส.ส. กล่าวปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่ และชี้แจงขั้นตอนการลงมติเลือกประธานสภาฯ จะใช้วิธีลงคะแนนลับโดยการเชียนชื่อ
จากนั้นได้ให้สมาชิกเสนอชื่อคนที่จะมาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เสนอชื่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ โดยไม่มี ส.ส. คนใดเสนอชื่อบุคคลอื่นเลย จากนั้นนายวันมูหะมัดนอร์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ ขอบคุณ ส.ส. ที่เสนอชื่อให้มาทำหน้าที่ในครั้งนี้ถ้าได้รับไว้วางใจให้เป็นประธานสภาฯ
จากนั้นเข้าสู่การเลือกรองประธานสภาคนที่ 1 โดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอชื่อนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ขณะที่นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้เสนอนายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ
ที่ประชุมเริ่มลงคะแนนโหวตรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง รวมใช้เวลา1ชั่วโมงครึ่ง จากนั้นได้ให้นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล เป็นผู้ขานคะแนน ทั้งนี้ พล.ต.ท.วิโรจน์ แจ้งว่าผลการนับคะแนนทั้งสิ้น 496 คน แบ่งเป็นของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ได้ 312 คะแนน นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ 105 คะแนน งดออกเสียง 77 คะแนน และบัตรเสีย 2 ใบ ถือว่านายปดิพัทธ์ได้รับคะแนนเสียงข้างมากดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับฝั่ง 8 พรรครัฐบาล มีจำนวนส.ส. ทั้งสิ้น 311 เสียง แต่ปรากฎว่านายปดิพัทธ์ ซึ่งเป็นตัวแทนพรรครัฐบาลได้ 312 เสียง เท่ากับเกินมา 1 เสียง ต่อมาเป็นการเลือกรองประธานสภาฯคนที่สอง โดยพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เสนอชื่อนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่มีฝ่ายใดเสนอชื่ออื่นเพื่อแข่งขัน จึงทำให้นายพิเชษฐ์ได้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯคนที่สอง
นายปดิพัทธ์แสดงวิสัยทัศน์ ก่อนการลงคะแนนว่า ตนจะสนับสนุนการทำงานของนายวันมูหะมัดนอร์ ทั้งยังต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้สภาผู้แทนราษฎรไม่อยู่ใต้อาณัติของฝ่ายบริหาร จะผลักดันให้สภาผู้แทนราษฎรมีความทันสมัย มีมาตรฐานสากล ทำให้ประชาชนและสื่อมวลชนตรวจสอบและติดตามการผ่านร่างกฎหมายต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เรื่อยไปถึงการทำงานร่วมกับสภานิติบัญญัติกับต่างประเทศมากขึ้น และการส่งเสริมบทบาทของสมาชิกทุกเพศ ทั้งผู้หญิง และคนจากกลุ่มเพศหลากหลาย
นายพิเชษฐ์ แสดงวิสัยทัศน์ว่า จะฟื้นฟูรัฐสภาประจำภาคทั้ง 5 แห่ง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสภาฯ และใกล้ชิดกับประชาชนในทุกกภาคเป็นเบื้องต้น นอกจากนั้นจะให้โอกาส ส.ส.นำความเดือดร้อนของประชาชนหารือในสภาฯ จากคนละ 2 นาที เป็น 3 นาที เพื่อให้การแก้ปัญหาประชาชนได้สำเร็จ รวมถึงตนจะให้เกียรติส.ส. ปฏิบัติงานตามที่ประธานมอบหมาย ขณะเดียวกันจะเร่งรัดให้ ส.ส.มีศักยภาพในการพัฒนาประเทศ กอบกู้ เกียรติยศ ศักดิ์ศรีของสภาฯ ให้ถ่วงดุลกับอำนาจตุลาการ และอำนาจบริหาร จากนั้นพล.ต.ท.วิโรจน์ สั่งปิดการประชุมในเวลา 13.51 น.