น้ำตาตกใน เรียนแล้วตกงาน เตือนสติเด็กไทย ปี 2030 AI ฮุบตลาดแรงงาน

ข้อมูลธนาคารโลกระบุปี 2030 เด็กไทยจบใหม่ตกงานเพียบถึง 72 % ขณะที่ AI จะครองเจ้าตลาดแรงงานในไทยถึง 50 % “หมอดม” ชี้หากยังเรียนแบบเดิม ไม่ตอบโจทย์มีหวังพัง

Advertisement

นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กล่าวในการปาฐกถาพิเศษ ในงาน “ปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปประเทศ” ว่า การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญในการพัฒนาประเทศ ซึ่งต้องตอบโจทย์ประเทศให้ได้ ขณะนี้มียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และนโยบายประเทศไทย 4.0 ที่ต้องสร้างนวัตกรรมเองให้ได้ ขณะเดียวกันต้องตอบโจทย์โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง การศึกษาทุกระดับต้องปรับเปลี่ยนใหม่ ครู อาจารย์ ต้องปรับกระบวนการทางความคิด จะสอนด้วยหลักสูตรแบบเดิม การเรียนการสอนแบบเดิมจะไม่ตอบโจทย์ข้างหน้า

นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)

ทั้งนี้จากข้อมูลของธนาคารโลก ระบุว่าแนวโน้มในปี 2030 เด็กไทยที่เรียนจบจะตกงาน 72 % โดยการทำงานถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือหุ่นยนต์ AI  ในส่วนของประเทศไทย ตำแหน่งงานจะถูกแทนที่ด้วย AI ถึงประมาณ 50 % และในยุโรป จะมีตำแหน่งที่ถูกแทนที่ถึง 80 % ซึ่งตนคาดว่าจะมีระยะเวาลที่เร็วกว่านั้น โดยความรู้ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดอีกต่อไป เพราะความรู้ล้าสมัยได้ สิ่งสำคัญ คือ ทักษะสมรรถนะในตัวของเด็ก ที่จะต้องสามารถปรับเปลี่ยน และสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้องค์กร

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทหลายแห่ง รับสมัครงานโดยไม่สนใบปริญญา โลกเปลี่ยนไปมาก ถ้าระบบการเรียนการสอนยังเหมือนเดิมไม่ตอบโจทย์ เด็กก็จะไม่เข้ามาเรียน ตัวอย่างสหรัฐอเมริกา มีมหาวิทยาลัยทั้งหมด 4,400 แห่ง ปิดตัวไปแล้ว 500-600 แห่ง และ อีก 10 ปีข้างหน้า จะปิดลงอีก 50 เปอร์เซ็นต์ เด็กหันมาเรียนออนไลน์มากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน วันนี้เด็กปี 1 ทุกมหาวิทยาลัยลดลง 70 เปอร์เซ็นต์ เด็กที่เข้าเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานลดลงทุกโรงเรียนกระบวนการเรียนรู้ต้องเปลี่ยน การเรียนในห้องเรียนต้องลดลง การเรียนที่สำคัญที่สุดคือ การเรียนจากการทำงาน เรียนจากประสบการณ์จริง ครูต้องเปลี่ยนหน้าที่เป็นโค้ชกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้